หนึ่งในปมร้อนที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดย “พรรคประชาชน” (ปชน.) จะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ๆ คือ “คดีฮั้ว สว.” โดยบุคคลสำคัญที่นำข้อมูลมาเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง คือ “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิป) โดยเปิดเวทีในการนำหลักฐานมาเปิดเผยหลายครั้ง ทั้งเรื่องตัวละครสำคัญ และเส้นเงิน โดยมีความพยายามเชื่อมโยงว่า เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แกนนำรัฐบาล เพราะในทางกฎหมายหากพิสูจน์ได้ว่า มีพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. มีโทษสูงถึงขั้นยุบพรรค ดังนั้นในทางการเมือง พรรคฝ่ายตรงข้ามก็ต้องเดินหน้าตรวจสอบในเรื่องนี้ และหวังให้หลักฐานที่อยู่ ไปไกลจนกระทบกับฝ่ายตรงข้ามที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง แม้ในที่สุด กกต. จะส่งสำนวนไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการตัดสิน

ด้าน “นายพริษฐ์” กล่าวว่า พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการของฝ่ายค้าน ในการติดตามคดีการฮั้ว สว. บนเวทีผู้นำฝ่ายค้านฯ พบประชาชน ว่า คาดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการลงมติในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. นี้ ซึ่งฝ่ายค้านก็จะจัดกิจกรรมในวันที่ 29-30 ส.ค. เพื่อเป็นการทิ้งทวน ก่อนที่ กกต.จะมีมติ ซึ่งคาดว่า กกต.อาจจะมีการเป่าคดี หลังปล่อยปละละเลยให้กระบวนการฮั้ว สว.เกิดขึ้นได้ หรือพรรคฝ่ายค้านยังไม่มั่นใจว่า หลักฐานที่เปิดเผย จะมีน้ำหนักมากพอ ที่จะทำให้ กกต. ลงมติว่า มีการโกง สว. เกิดขึ้น จึงพยายามนำข้อมูลมากดดันการทำงานของ กกต.

ด้าน “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกมาให้ความเห็นถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาแน่นอน ว่า รัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัยหรือสิ่งที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกพาดพิงก็ต้องพร้อมที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน เราไม่ได้ตอบคนในสภา เราตอบประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทุกคนต้องมีความพร้อม เมื่อถามว่าธงของพรรค ปชน. ในการอภิปรายเหมือนจะเป็นเรื่องฮั้ว สว. นายกฯ กล่าวว่า อันนี้ไม่ทราบว่าใครมีธงอะไร รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สว.ใดๆ ทั้งสิ้น สว.เป็นอีกสถาบันหนึ่ง เรื่องฮั้ว สว.ก็เป็นคำบัญญัติของใครที่อยากบัญญัติขึ้นมา รัฐบาลนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 สว.เลือกกันปี 2567 เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ เมื่อถามอีกว่าหากฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอภิปรายจะตอบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้เราก็ตอบแต่อะไรไม่เกี่ยวข้องเราก็ไม่ตอบ

สัญญาณของหัวหน้ารัฐบาลมีความชัดเจน หมายความว่า หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวกับเรื่องฮั้ว สว. รัฐบาลจะไม่ตอบ เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นหมายความว่า ตอบคือไม่ตอบ ดังนั้นคงอยู่ที่ว่าหลักฐานที่พรรคฝ่ายค้านนำเสนอ จะมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขนาดไหน

ขณะที่ “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงกรณีนายกฯ ระบุคดีฮั้วเลือก สว.ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล ว่า นายกฯ อยู่ในการเมืองมานาน รู้อยู่แล้วว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเพียงแค่การ “มีมูลอันควรเชื่อได้ว่า” ก็สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ปฏิเสธได้ยากที่จะใช้เทคนิคบังคับกฎหมาย เพื่อมาสกัดไม่ให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนการเรียกร้องให้ตรวจสอบ สว.สีส้มด้วยนั้น เราตรวจสอบทุกคนอยู่แล้ว แต่ในกระบวนการเลือก สว. ระเบียบ กกต. ไม่ได้ห้ามเรื่องการแนะนำตัวผู้สมัครแต่ละคนได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผิดคือการสัญญาว่า จะให้เรื่องผลตอบแทนด้านการเงิน ตำแหน่งต่างๆ เมื่อถามว่ามาตรวจสอบตอนนี้ เพราะแตกกับฝั่งสีน้ำเงินใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราตรวจสอบเรื่องนี้มาตลอด ที่เห็นได้ชัดว่า พรรคภท.มีส่วนพัวพันกับขบวนการโกงเลือก สว.จริงๆ

เมื่อถามว่ามีดราม่ามีนักวิชาการและนักวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ออกมาเรียกร้องให้คนรักสถาบันอย่าอยู่นิ่งกับคลิปเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนลองดูว่า กลุ่มก้อนทางการเมือง นักร้องต่างๆ เหล่านั้น จะเอาประเด็นนี้ไปร้องคนที่อยู่ในกลุ่มการเมืองฝั่งเดียวกันหรือไม่ ยืนยันหวังให้เป็นสถาบัน อยู่คู่กับสังคมไทย และการจะทำแบบนั้นได้ เราต้องมีการปรับปรุงระบบกฎหมาย ระบบการเมืองที่จะนำไปสู่จุดนั้น เมื่อถามว่า หากมีการปรับ ครม.หนี จะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากดูบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (รธน.) ก่อนจะปรับ ครม. หากมีข้อชี้แจง ก็ต้องชี้แจงต่อสภา ตรวจสอบ ถ้าจงใจปรับ ครม.เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ สุดท้ายคนที่ตัดสินรัฐบาลได้ดีที่สุด คือประชาชนผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า

ส่วนอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การจัดขุมกำลังต่างๆ ของกองทัพ เพื่อรองรับการเกษียณอายุราชการ และมีการปรับเพื่อความเหมาะสม โดยเฉพาะในตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงกลาโหม” และมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง “แม่ทัพภาค 4” หลังที่ผ่านมาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรุนแรงขึ้น ทั้งการลอบยิงกำลังพล และทำลายทรัพย์สินทางราชการ โดยมีรายงานว่า ในวันที่ 20 ส.ค. 69 นี้จะมีการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธาน และมี ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุม คาดว่าก่อนการประชุมจะมีการหารือคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล (บอร์ดกลาโหม) เพื่อพิจารณาการแต่งตั้ง โยกย้ายนายทหารชั้นนายพล เพื่อสรุปการจัดทำโผทหารรอบสุดท้าย ก่อนส่งรายชื่อให้เจ้ากรมเสมียนตราไปตรวจสอบความถูกต้อง แล้วค่อยส่งต่อนายกฯ วันที่ 28 ส.ค. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป สำหรับตำแหน่งสำคัญที่น่าสนใจ คือ ปลัดกระทรวงกลาโหม คาดว่าจะเป็น พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.26) ส่วนตำแหน่ง ผบ.ทร.มี 3 แคนดิเดตคือ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผช.ผบ.ทร.(ตท.26), พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทร. (ตท.27) และ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผบ.กองเรือยุทธการ (ตท.26)

ขณะที่กองทัพไทย คาดว่าขยับ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร (ตท.26) ในฐานะเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร ส่วน พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหารคนปัจจุบัน (ตท.26) ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ทสส.) สำหรับกองทัพบกในระดับ 5 เสือ มีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง อาทิ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. (ตท.26) จะขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ. จ่อชิงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ในปี 2570 ซึ่ง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อ เพื่อนำไปหารือในบอร์ดกลาโหม นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อ พล.อ.อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ผช.ผบ.ทบ., พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการ ทบ. (ตท.26) รวมถึง พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.28), พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการ ทบ. (ตท.28) รวมถึง พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก (ตท.26) อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะต้องมีการขยับ ส่วนตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คาดว่าจะมีการปรับ พล.ท.นรธิป โพยนอก (ตท.26) ขึ้นอัตรา พล.อ. แล้วให้ “พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน” รองแม่ทัพภาคที่ 4 (รบพิเศษ) (ตท.28) ขึ้นมาแทน

ส่วนกองทัพอากาศ (ทอ.) พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผช.ผบ.ทอ. จะเกษียณอายุราชการ คาดว่านายทหารจะมารับตำแหน่งสำคัญในกระทรวงกลาโหม เพื่อทำหน้าที่ ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ต่อ คาดว่า “พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์” ผบ.ควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ.คปอ.) ตท.26 ขึ้นมาแทน โดยล่าสุดได้ขับเครื่องบิน F-16 บินอารักขาเครื่องบินของนายกฯ ในการตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา

ส่วนการแต่งตั้งตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม” และ “ปลัดกระทรวงพลังงาน” ซึ่งค้างมาตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ที่ผ่านมา โดย “นายณัฐพล รังสิตพล” ทำหน้าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มาครบ 4 ปี ขณะที่ “นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ” ปลัดกระทรวงพลังงาน จะเกษียณอายุราชการ โดยปรากฏชื่อของ “นายฉันทานนท์ วรรณะเขจร” ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกฯ ระดับ 11 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผู้มากบารมีในรัฐบาล มาทำหน้าที่ “ปลัดกระทรวงพลังงาน” ส่วน “นายวราวุธ ศิลปอาชา” รมว.อุตสาหกรรม จะผลักดัน “นายภาสกร ชัยรัตน์” รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่รับผิดชอบกลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กำกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และในช่วงที่ผ่านมาได้รับมอบหมายงานระดับนโยบาย เช่น งานเกี่ยวกับ EEC ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ของกระทรวงอุตสาหกรรม

ด้าน “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กล่าวถึงการประชุม ครม. ในวันที่ 18 ส.ค. จะมีการเสนอวาระแต่งตั้งตำแหน่งอธิบดีในกระทรวงคมนาคมหรือไม่ว่า ไม่มี ส่วนของกระทรวงอื่นๆ นั้น กำลังรอเซ็นเอกสาร เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้อนุมัติว่า หากมีการเสนอการแต่งตั้ง ในการประชุม ครม. วันที่ 18 ส.ค. ก็อนุญาตให้นำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ได้เลย ซึ่งกำลังรออยู่ยังไม่เห็น เมื่อถามว่า ในส่วนของการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงาน และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้พูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะสัปดาห์ที่แล้ว ไม่อยู่ เดินทางไปประเทศรัสเซีย

คงต้องรอดูว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 18 ส.ค. จะมีการพิจารณาตำแหน่ง 2 ปลัดกระทรวงหรือไม่.

“ทีมข่าวการเมือง”