ทำไมการศึกษาไทยตกต่ำ ทุนมนุษย์ติดลบ เกิดปัญหาร้ายแรงที่ไม่น่าเกิดขึ้นในสถานศึกษา ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ถูกซ่อนไว้ และสะสมในคนรุ่นใหม่ เตรียมระเบิดออกมาได้ตลอดเวลา
นักการศึกษานอกลู่เคยเล่าให้ฟังว่า การศึกษาไทยยังติดรูปแบบของศตวรรษที่ 20 แต่โลกเปลี่ยนไปไกลแล้ว “เรากำลังใช้คนเก่งในอดีต ซึ่งเป็น เอเลี่ยนของยุคนี้ มาวางรากฐานการศึกษาให้นักเรียนในศตวรรษที่ 21” ที่โลกรวนหนัก

เขาเสนอตัวอย่างวิชาที่ควรเรียนเพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนไป แต่ไม่มีสอนจริงจังในโรงเรียน เช่น
1.วิชาความยั่งยืน รักษ์โลกแบบลงมือทำ ไม่ใช่แค่ท่อง “โลกร้อน” แต่ต้องรู้วิธีคำนวณรอยเท้าคาร์บอน รอยเท้าน้ำ การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน และออกไปสร้างประสบการณ์ชีวิต ด้วยงานจิตอาสา ช่วยเหลือผู้คนด้อยโอกาส และพัฒนาชุมชน
2.วิชาค้นหาตัวเอง และการวางแผนชีวิต สอนให้เด็กรู้จักตัวเอง รู้จักจุดอ่อน จุดแข็ง มีฝัน มีความคิด และมีเป้าหมายชีวิต ไม่ใช่เรียนไปวัน ๆ โดยไม่รู้ว่าจบไปจะทำอะไร ครูแนะแนวจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นทั้งที่ปรึกษา และเข็มทิศชีวิต

3.วิชาบริหารเงินให้งอกเงยยั่งยืน เรื่องเงินทองต้องรู้ รายได้ รายจ่าย การออม ภาษี หนี้สิน และการลงทุน เรื่องพวกนี้ต้องใช้ในชีวิตจริงแต่ไม่มีสอน ไม่มีในตารางเรียน แถมคุณครูส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ หรือรู้แต่ห้ามใจไม่ได้ สร้างหนี้สินเกินตัว
4.วิชาใช้ AI และรู้ทันโลกดิจิทัล ไม่ใช่ใช้ AI แล้วไม่คิดจนสมองฝ่อ แต่ใช้ขยายการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น พัฒนาทักษะ STEM ที่คิดวิเคราะห์ได้จริง ช่วยการเรียนรู้แนวลึกและกว้าง นำไปสร้างนวัตกรรม สร้างรายได้ขณะเรียน
5.วิชาสติ และการดูแลจิตใจตัวเอง ในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มีปัญหามากมาย มีความเครียดสูง ทักษะการรับมือความเครียด ความล้มเหลว และการลุกขึ้นใหม่จึงสำคัญมาก การพัฒนาสติ สมาธิ รักษาสมดุลชีวิต ก่อนที่จะเป็นจิตเภท

เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้น ตอนนี้ จีน ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนเด็กเป็นรายคน การพัฒนาแข่งขันกับตัวเอง ไม่ต้องแข่งกับเพื่อน และเน้นสร้างสิ่งใหม่ด้วย STEM ศึกษา ฟินแลนด์ ยกเลิกการแยกวิชาเรียน แต่เอาปัญหาจริงในโลกด้านความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจมาเป็นโจทย์ แล้วบูรณาการความรู้เรียนพร้อมกัน สวิตเซอร์แลนด์ เน้นให้เด็กๆ รู้จักตัวเองให้เร็ว ตั้งเป้าหมายชีวิต และเลือกสายอาชีพที่ชอบตั้งแต่อายุ 15 ปี เรียนไปทำงานจริงในบริษัทไป ได้ทั้งเงินและทักษะจริง เอสโตเนีย เด็กประถมเรียนทั้ง Coding, AI และความปลอดภัยไซเบอร์กันหมดแล้ว เพื่อเติมเต็มสังคมดิจิทัลตามนโยบายรัฐ เดนมาร์ก เพิ่มวิชาบังคับเรื่อง “ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น” และเน้นการทำงานเป็นทีม เนเธอร์แลนด์ โรงเรียนแนวใหม่ไม่เน้นห้องเรียน ตารางเรียน ให้เด็กคิดโปรเจกต์เกี่ยวกับปัญหารอบตัว โดยมีครูเป็นโค้ช
หวังว่ากระทรวงศึกษาฯจะปรับความคิดให้อยู่ในในศตวรรษที่ 21 รีบเปลี่ยนการพัฒนาทุนมนุษย์ให้ทันโลกที่ไม่ยั่งยืน.



