สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ “ตอบรับ” ความพยายามของเขาในการรื้อฟื้นการเจรจาโดยตรง และเกี่ยวกับการที่ ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน ทรัมป์สั่งให้ลดการซ้อมรบร่วมทางทหารกับเกาหลีใต้ และกล่าวว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ “ไม่เป็นภัยคุกคามและให้ความเคารพ”


แม้ไม่ได้กล่าวว่า ตอบรับอย่างไร แต่ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ได้รับการปฏิบัติจากผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ “ด้วยความเคารพเสมอ” พร้อมอ้างว่า “มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน”


ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับคิมได้รับความสนใจจากทำเนียบขาวน้อยลง เมื่อเทียบกับสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งทั้งสองพบกันในการประชุมสุดยอดและแลกเปลี่ยนจดหมายกันเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ส่งสัญญาณหลายครั้ง นับตั้งแต่กลับเช้าสู่ทำเนียบขาวเป็นสมัยที่าอง เมื่อปีที่แล้ว ว่าต้องการฟื้นการทูตโดยตรงกับผู้นำเกาหลีเหนือ


ทั้งนี้ ทรัมป์สั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐลดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลงอย่างมีนัยสำคัฐ โดยอ้างถึงค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและการที่เกาหลีใต้ไม่เข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน ส่วนเกาหลีเหนือมองว่า การซ้อมรบร่วมดังกล่าว เป็นการเตรียมพร้อมรุกราน


ทรัมป์และคิมพบกันครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 ขณะที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซีย และพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับจีน


แม้เกาหลีเหนือยังมีท่าทีเย็นชาต่อความพยายามของทรัมป์ แต่การพบกันอีกครั้งระหว่างผู้นำทั้งสองคนยังมีความเป็นไปได้ ซึ่งเกาหลีเหนืออาจรอจังหวะที่เหมาะสมก่อนตอบรับอย่างเป็นทางการ


อนึ่ง การลดระดับการซ้อมรบร่วมเพื่อเปิดทางสู่การเจรจาไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยทรัมป์เคยระงับการซ้อมรบขนาดใหญ่กับเกาหลีใต้เมื่อปี 2561 เพื่อให้ปูทางสู่การเจรจากับเกาหลีเหนือมาแล้ว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS