เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 69 พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เพื่อเตรียมความพร้อมของเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ พร้อมด้วย กำลังพลในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และฝีพายเรือพระราชพิธี จำนวน 2,200 นาย ร่วมในพิธี ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เชิงสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวมอบโอวาทแก่กำลังพลตอนหนึ่งว่า “ท่านทั้งหลายล้วนเป็นกำลังหลักที่สำคัญยิ่ง ที่จะทำให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ ขอให้คณะกรรมการฯ และกำลังพลประจำเรือทุกนาย พึงระลึกอยู่เสมอว่า ท่านคือผู้แทนของกองทัพเรือ ซึ่งจะต้องเตรียมตนเองให้พร้อม ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และความอดทน ตลอดการฝึกซ้อมในช่วงเวลาที่เหลืออย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ เป็นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่มีความสง่างาม และสมพระเกียรติ เป็นที่ชื่นชมของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังเช่นอดีตที่ผ่านมา ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพเรือมาโดยตลอด และจะจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ตลอดไป”

สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้กำลังพลประจําเรือพระราชพิธี โดยได้คัดเลือกกําลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จํานวน 2,200 นาย เรือพระราชพิธี จํานวน 52 ลํา แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร ประกอบด้วย ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมเป็นเรือกลองใน (เป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ) พร้อมด้วยเรือตำรวจ และเรือแซง 7 ลำ

ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทองเป็นเรือคู่ชัก ริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ 11 ลำ และเรือแซง สายละ 3 ลำ

สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย 10 ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม (วันที่ 17, 20, 27 สิงหาคม วันที่ 3, 8, 17, 23 กันยายน วันที่ 2, 8, 15, 21, 28 ตุลาคม) โดยในวันนี้เป็นการซ้อมย่อยครั้งแรก

และการซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569 ก่อนวันพระราชพิธี ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถรับชมการฝึกซ้อมได้ตลอดเส้นทางที่ขบวนเรือแล่นผ่าน โดยพื้นที่สาธารณะที่สามารถรับชมได้อย่างใกล้ชิด มีดังนี้ ฝั่งธนฯ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ด้านพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ข้างโรงพยาบาลศิริราช ท่าน้ำวัดระฆังโฆสิตาราม และวัดอรุณราชวราราม ฝั่งพระนคร ที่สวนสันติชัยปราการ ข้างป้อมพระสุเมรุ ท่ามหาราช และท่าช้าง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ที่เรือพระราชพิธีเริ่มเคลื่อนขบวนบริเวณสะพานพระราม 8 จนเสร็จพิธีที่วัดอรุณราชวราราม