เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ค่ายมวย “ว วิเชียรยิม” เลขที่ 194 หมู่บ้านใหม่ศรีบุญเรือง ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่ามี 2 พี่น้องชาวปกาเกอะญอ คือ นายพลภัค อายุ 16 ปี และ ด.ช.วิสิทธิ์ อายุ 14 ปี ชาว อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้เข้าค่ายดังกล่าวฝึกซ้อมมวยไทย เพื่อต้องการชกมวยหาเงินเลี้ยงชีพในครอบครัว

โดยทุกวันหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม 2 พี่น้องทั้งคู่จะเก็บกวาดห้องนอน ใช้ขอบเวทีซ้อมมวย เปลี่ยนเป็นโต๊ะและเก้าอี้ในการทำการบ้าน บางวันที่หลังจากไปชกมวยกลับมา เมื่อสภาพร่างกายบอบช้ำ ก็จะหาสมุนไพรที่ช่วยแก้อาการช้ำในนำมาลนไฟ ก่อนประคบประหงมร่างกายเพื่อคลายอาการเจ็บ รวมทั้งได้ช่วยกันดูแล ด.ช.ไกรวิชญ์ ศรีใบหนา อายุ 9 ขวบ หลานของทั้งคู่ และมาร่วมฝึกการชกมวยไทยด้วย

โดยทั้งหมดอ้ายสืบสาน อายุ 42 ปี เจ้าของค่ายมวย เป็นทั้งคนควบคุมการฝึกซ้อมและดูแลความเป็นอยู่ของคนทั้ง 3 คน ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องเจ็บป่วย เรื่องการเรียน ไปจนถึงในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง

นายวิเชียร เปิดเผยว่า เด็กทั้ง 3 คน เป็นเด็กนิสัยดี มีความกตัญญู สาเหตุที่มาอยู่ค่ายมวยเพราะไปเจอเขาที่บ้าน เห็นสภาพชีวิตแล้วรู้สึกสงสาร ทางบ้านยากจน จึงชักชวนให้มาชกมวยและก็ไม่ผิดหวัง เพราะ 2 พี่น้องเป็นคนใจสู้ มีความอดทน และตนก็ดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเรื่องการกินอยู่ การรักษาพยาบาล เหมือนเมื่อครั้งที่เจ็บหนักหลังจากการชกมวย ตนก็พาไปส่งโรงพยาบาล โดยตนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

“ทั้งนี้รายได้จากการชกมวยของทั้งคู่ ตนไม่ได้หักอะไรทั้งสิ้น เว้นแต่ในส่วนของนายพลภัค ที่มีค่าตัวในชกมวยแต่ละไฟต์ 3,000-4,000 บาท จำเป็นจะต้อง 10 เปอร์เซ็นต์ให้เทรนเนอร์ของค่าย บางครั้งแม่ของเด็กทั้งคู่ก็โทรฯ มาหา ถามว่าลูกสบายดีไหม” นายวิเชียร กล่าว

ขณะที่นายพลภัค พี่ชายคนโต เปิดเผยว่า ชกมวยไทยและอยู่ที่ค่ายนี้มา 2 ปีแล้ว ที่ต้องมาชกมวย เพราะฐานะทางบ้านยากจน แม่ทำงานรับจ้างรายวันได้ค่าแรงวันละ 200 บาท บางวันก็ไม่มีคนจ้าง ไม่มีรายได้ โดยแม่ต้องเป็นคนหาเงินคนเดียว เพราะพ่อติดสุรา สภาพจิตใจไม่ปกติ ไม่ทำงาน ครอบครัวตนมีพี่น้อง 3 คน น้องคนเล็กสุดอายุ 5 ขวบ อยู่กับแม่ที่บ้าน เมื่อมาอยู่ที่ค่ายมวย ตนกับน้องได้พากันเรียนหนังสือไปด้วย ตนเรียนอยู่ชั้น ม.4 ส่วนน้องชายเรียนชั้น ม.2

นายพลภัค เปิดเผยต่อว่า ทุกวันนี้ตนและน้องยังต้องชกมวยหาเงินเลี้ยง 5 คน ทั้งพ่อ แม่ น้อง หลาน และยาย ที่อยู่ที่ อ.อมก๋อย โดยส่งให้ทางบ้านทุกเดือน เดือนละ 2,000-3,000 บาท ตามแต่จะมีรายการไปชกมวย แต่ก็ต้องเก็บเงินไว้บางส่วนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือ กับเป็นค่าใช้จ่ายของหลานที่มาอยู่ด้วย

“การให้เงินแม่ ผมกับน้องจะฝากคนรู้จักไปให้ บางครั้งพ่อเอาเงินจากแม่ไป แม่ก็จำเป็นต้องยอมให้ ทุกครั้งที่ตนกับน้องขึ้นชกมวย ต่างต้องเจ็บตัวกันทุกครั้ง บางคราวเจ็บหนักมาก เดินไม่ได้ 2-3 วัน ต้องช่วยกันประคบร่างกายด้วยสมุนไพร หัวหน้าค่ายก็จะคอยช่วยเหลือดูแลในทุกๆ เรื่องเป็นอย่างดี แต่ถึงจะเจ็บมากแค่ไหนก็พยายามอดทนเพื่อแม่ คิดในใจว่าต้องสู้ ยิ่งเจ็บมากเท่าไหร่ยิ่งต้องคิดถึงแม่ให้มากเท่านั้น เพื่อเตือนตัวเองว่าต้องสู้ เพราะทางบ้านจะต้องใช้เงินมาก ผมกับน้องตั้งใจจะเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี ในอนาคตอยากเป็นตำรวจ” นายพลภัค กล่าว.