เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) พหลโยธิน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., อธิบดีกรมสรรพากร, ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี, ผู้อำนวยการกองตรวจภาษีกลาง, ผู้อำนวยการกองสืบสวนและคดี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่าย “บิลผี” หลังพบขบวนการลักลอบจำหน่ายใบกำกับภาษีปลอม สร้างความเสียหายทางภาษีมูลค่ากว่า 360 ล้านบาท

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ระบุว่า ขบวนการดังกล่าวมีการตั้งกลุ่มไลน์แบบปิดสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เพื่อโพสต์ซื้อ-ขายใบกำกับภาษี โดยมีการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและใช้เป็นบริษัทหัวบิลในการซื้อขายสินค้า รวมถึงเปิดบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินจากลูกค้า ป้องกันการติดตามตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
โดยคดีนี้เริ่มต้นจากกรมสรรพากรเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ก่อนที่ตำรวจ ปอศ.จะร่วมกับกรมสรรพากรตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการล่อซื้อ 2 ครั้ง พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลภาษีอากรกลางออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย และหมายค้นบ้านพัก รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องจำนวน 10 จุด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ และชัยภูมิ
กระทั่งวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 3 ราย ประกอบด้วยผู้มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีเท็จ ผู้ใช้ใบกำกับภาษีเท็จ และผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการออกใบกำกับภาษีเท็จ เอกสารทางบัญชี รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย เอกสารการโอนเงิน สมุดบัญชีธนาคาร และตราประทับบริษัท รวมกว่า 200 รายการ

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวจำหน่ายใบกำกับภาษีปลอมให้กับบริษัทต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีการอำพรางตัวตนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับโอนเงินผ่านบัญชีม้า การใช้ชื่อบุคคลอื่นในการซื้อทรัพย์สิน ไปจนถึงการจัดส่งใบกำกับภาษีให้ลูกค้า โดยไม่ได้ส่งมอบกันโดยตรง แต่ใช้วิธีส่งเป็นซองเอกสารและจ่าหน้าซองเป็นชื่อบุคคลที่ 3 เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
สำหรับกิจการที่พบว่ามีการซื้อใบกำกับภาษีปลอม ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจน้ำมัน โดยมักเป็นกิจการที่มีรายได้สูง และนำใบกำกับภาษีดังกล่าวไปใช้ลดภาระภาษี ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้และอาจสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 แห่งมีเจ้าของเป็นบุคคลเดียวกัน และมีสาขากระจายอยู่ใน 5 จังหวัด อาทิ กทม., นนทบุรี, นครราชสีมา, สมุทรปราการ และชัยภูมิ ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น โดยลักลอบจำหน่าย “บิลผี” มานานประมาณ 5 ปี แต่มีการจดทะเบียนประกอบธุรกิจด้านพลังงานและโซลาร์เซลล์ ขณะที่บริษัทมีรายได้ต่อปีประมาณ 400 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายและภาระต่าง ๆ แล้ว กลับเหลือกำไรเพียงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อปี ส่งผลให้มีภาษีที่ต้องชำระในแต่ละปีไม่สูง

ส่วนค่าซื้อขายใบกำกับภาษีปลอม ผู้ขายจะคิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ตามมูลค่าของใบกำกับภาษี แต่เจ้าหน้าที่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเกรงว่าอาจกลายเป็นข้อมูลที่นำไปเลียนแบบพฤติกรรมของขบวนการได้
ทั้งนี้ หากการสืบสวนขยายผลพบว่ามีบุคคลหรือนิติบุคคลรายอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด.



