กรณีการชักชวนลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้เว็บไซต์และเฟซบุ๊กชื่อว่า “ฟอเร็กซ์ 3ดี (Forex-3D)” โดยใช้ชื่อกองทุนว่า “ฟอเร็กซ์ 30” จนกลายเป็นคดีฉ้อโกงแชร์ Forex3D หมายเลขดำที่ อ.853/2564 โดยพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ผู้บริหาร Forex-3D กับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลย ซึ่งมีทั้งดาราและนักแสดงคนดังเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ในความผิดฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ” โดยช่วงประมาณวันที่ 24 พ.ย. 2558 ถึง 8 ก.ย. 2563 มีการชักชวนผู้ร่วมลงทุนเริ่มจาก 500 ดอลลาร์ ประมาณ 15,000 บาท และเพิ่มเงินลงทุนเป็น 2,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 50,000 บาท เพื่อรับผลกำไรและเงินปันผล โดยมีผู้เสียหายร่วมลงทุนกว่า 9,842 ราย รวมเงินลงทุนกว่า 2,489 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น

ศาลพิพากษายกฟ้อง ‘ครอบครัวพิ้งกี้’ ส่วน ‘อภิรักษ์-เมีย-พวก’ จำคุกคนละเกือบ 5 หมื่นปี

ต่อมาวันที่ 13 ส.ค. 2569 ภายหลังศาลอาญารัชดาอ่านคำพิพากษา คดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ “Forex3D” คดีหมายเลขดำที่ อ.853/2564 โดยมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 6, 7 และ 8 (ตามลำดับ) คือ นายกิตติเชษฐ์ จิรุรุทธิ์ โซเดร หรือสรายุทธ ไชยเดช (พี่ชายพิ้งกี้), น.ส.สาวิกา ไชยเดช (พิ้งกี้) และนางสรินยา ไชยเดช หรือแม่อ้อย (แม่พิ้งกี้) ยกฟ้อง และศาลอ่านคำพิพากษาของ น.ส.ภคมน จำคุก 20 ปี รวมถึง อดีตซีอีโอของ Forex-3D ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปีเช่นกัน

ล่าสุดเวลา 20.59 น. วันเดียวกัน ที่บริเวณเรือนจำทัณฑสถานหญิงกลางคลองเปรม นางสรินยา ไชยเดช หรือแม่อ้อย (แม่ของพิ้งกี้) เดินทางออกจากเรือนจำ โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์เดินออกมาส่งยังหน้าประตู ซึ่งเป็นจุดรอรับญาติ โดยมีญาติและครอบครัวมายืนรอรับ พร้อมเข้าโผกอดกันอย่างอบอุ่น แล้วยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน

โดยนางสรินยา หรือแม่อ้อย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ขอบคุณความยุติธรรมของศาลที่ให้ความเมตตาต่อพวกเราหลาย ๆ คน ตอนฟังคำพิพากษา รู้สึกช็อก แต่พอได้รับฟังคำตัดสิน ได้เจอกับทั้งลูกชายและลูกสาว ก็รู้สึกดีใจ เราได้รับอิสรภาพแล้ว”

เมื่อถามว่าตอนนี้ถือได้ว่าได้รับความยุติธรรมแล้วหรือไม่ แม่อ้อยบอกว่า ก็ส่วนหนึ่ง ขอบคุณศาล ขอบคุณทุกคนที่ได้ปล่อยตัววันนี้ ส่วนคนที่ยังไม่ได้ถูกปล่อยตัว ทางเราก็เสียใจด้วย อยากให้ทุกคน

เมื่อถามถึงประเด็นที่ศาลระบุว่าครอบครัวของคุณแม่เป็นเพียงผู้ลงทุน แม่อ้อย กล่าวว่า “ก็เป็นอย่างนั้น ศาลท่านก็เมตตาแล้ว เราก็ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ” และขอบคุณพระเจ้าอัลเลาะห์อีกด้วยที่ทรงเมตตา ยอมรับว่าอยู่ที่นี่ก็มีกังวลบ้าง เพราะอยู่มานาน แต่เราก็ต้องออกไปต่อสู้กับโลกใหม่ แต่ตอนอยู่ข้างในก็ได้รับความเมตตาจากคุณ ๆ เป็นอย่างดี

ส่วนประเด็นในอนาคตหากมีการยื่นอุทธรณ์คดีนี้มองอย่างไร แม่อ้อย ระบุว่า เป็นเรื่องของอนาคต แต่เราก็ได้สู้เต็มความสามารถของเราแล้ว ท่านก็คงจะไม่อะไรกับพวกเราหรอก

เมื่อถามย้ำว่าหากเจ้าหน้าที่มีการยื่นอุทธรณ์พร้อมสู้ใช่หรือไม่ แม่อ้อย ระบุว่า “มนุษย์เราเกิดมามันก็ต้องต่อสู้อยู่แล้วลูก ชีวิตมันเป็นการเดินทาง เราก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดข้างหน้า ถ้าเกิดขึ้น เราก็ต้องสู้ไป แต่เราเองก็หวังความยุติธรรมของศาล”

ส่วนที่หลายคนมองว่าเสียอิสรภาพไปหลายปีแบบฟรี ๆ แม่อ้อย กล่าวว่า “อะไรที่มันเกิดไปแล้วก็ให้มันเกิดไป มันไม่จำเป็นต้องไปคิดอะไรมาก วันนี้ได้รับอิสรภาพก็ถือว่าโชคดีแล้ว” ส่วนที่อาจจะมีบางคนเข้าใจเราในอีกแง่มุมนั้น “เราห้ามความคิดใครไม่ได้”

นอกจากนี้ แม่อ้อยยังบอกด้วยว่า ออกมาแล้วไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ อยู่ที่นี่ก็ทานอิ่มเหมือนอยู่ข้างนอก ส่วนจะไปทำอะไรต่อนั้น แม่อ้อยบอกว่า “อายุมากแล้ว ก็ค่อย ๆ ทำมาหากินไปนะลูก”

ส่วนที่ลูกสาวไม่ได้เดินทางมารับ คาดว่าน่าจะติดงาน แต่ช่วงกลางวันที่รอฟังคำพิพากษาก็ได้มีการสวมกอดกับพิ้งกี้แล้ว พิ้งกี้ก็บอกกับแม่ว่า “คิดถึงแม่ทุกวัน”