เมื่อวันที่ 13 ส.ค. เพจ Tensia ซึ่งเป็นเพจของคุณหมอให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ชายวัย 80 ปี ซึม สับสน ใส่สายสวนปัสสาวะ แรก ๆ ปัสสาวะสีเหลือง หลังจากนั้นกลายเป็นสีม่วงหมดเลย สีปัสสาวะบ่งบอกโรค อันนี้เรื่องจริง แต่ส่วนใหญ่ที่เจอกันคือเหลืองอ่อนเข้ม ที่ดูน่ากลัวหน่อยก็สีดำ แต่อันนี้สีม่วงเลย ชายอายุ 80 ปี มีโรคประจำตัวสารพัด ตั้งแต่ความดันสูง ข้อเข่าเสื่อมรุนแรงในระดับที่เดินไม่ค่อยไหว และต่อมลูกหมากโต มีปัญหาเรื่องปัสสาวะมาก 2 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล เขาเริ่มพูดจาสับสน เพ้อ นอนไม่ค่อยหลับ ทำอะไรช้าลงมาก จนคนรอบตัวสังเกตว่ามันไม่ค่อยเหมือนกับช้าแบบคนแก่แล้ว แถมอาการปัสสาวะก็แย่ลง ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุด และรู้สึกปวดเบ่งอยู่บ่อยครั้ง ญาติจึงพามาโรงพยาบาล เพราะเรื่องพูดจาสับสน เพราะปกติแกไม่เคยเป็น

ที่โรงพยาบาล แพทย์ซักประวัติและตรวจร่างกาย ก็พบว่าสติลดลง ซึม ถามตอบได้น้อย เดินช้าลงมาก ไม่ใช่แบบไม่เสถียรนะ แต่ก้าวช้า ๆ คล้ายพาร์กินสัน มีอาการเพ้อและสับสนชัดเจนมาก แพทย์สงสัยว่าอาจเป็นภาวะสมองทำงานผิดปกติจากอะไรสักอย่าง (Metabolic/septic encephalopathy) อาจจะสารในเลือด หรือการติดเชื้อ แล้วพอสมองเจอสารก่ออักเสบแห่เข้าไปจำนวนมาก ทำให้สมองเริ่มทำงานผิดปกติจนมีอาการสับสน เพ้อได้ (Delirium) ซึ่งในผู้สูงวัยมาก ๆ เจอได้ค่อนข้างบ่อย แล้วพอเพ้อ สับสน เริ่มพยายามเดินมากขึ้น เลยทำให้ลักษณะโรคพาร์กินสันที่ซ่อนอยู่ ออกมาชัดขึ้น ดังนั้นแกน่าจะมีพาร์กินสันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้วินิจฉัย

ใด ๆ คือสนใจเรื่องเพ้อสับสนก่อน ต้องหาสาเหตุ แพทย์จึงแอดมิท และใส่สายสวนปัสสาวะไว้ เพราะแกปัสสาวะลำบาก เดินไปปัสสาวะแทบไม่ค่อยได้ และเสี่ยงต่อการล้มด้วย ซึ่งล้มในผู้สูงวัยระดับ 80 เรื่องใหญ่มาก ซึ่งปัสสาวะที่ออกมาก็สีเหลืองปกติ ปริมาณปกติ

ผ่านไป 2 วัน พยาบาล notify หมอ เพราะถุงปัสสาวะแกเปลี่ยนสีม่วงแบบเข้มจัด ๆ เลย แถมอาการเพ้อที่เริ่มดีขึ้น ก็กลับมาแย่ลงกว่าที่บ้านอีก

คราวนี้เริ่มตรวจจริงจัง ผลเลือดพบเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ ส่วนการตรวจปัสสาวะพบว่ามีแบคทีเรียจำนวนมาก ปัสสาวะมีสภาพเป็นด่าง มีเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ ซึ่งทั้งหมดชี้ไปในทางเดียวกัน คือกำลังมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

แพทย์จึงส่งเพาะเชื้อ ตอนแรกพบเชื้อ Morganella morganii ซึ่งเป็นเชื้อฉวยโอกาสที่พบได้ในทางเดินปัสสาวะ และเป็นเชื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการดื้อยามากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายประเทศ แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อเพาะเชื้อต่ออีกระยะ กลับพบ Enterococcus faecalis เพิ่มขึ้นมาอีกตัว กลายเป็นการติดเชื้อร่วมกันสองชนิด

โชคดีที่ทั้งสองเชื้อยังไวต่อยา แพทย์จึงให้การรักษาด้วย Piperacillin/Tazobactam (Tazocin) ทางหลอดเลือด เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะใหม่ เปลี่ยนถุงและสายทั้งหมด แก้ไขภาวะขาดน้ำและโซเดียมต่ำ

หลังรักษาไปไม่กี่วัน สีม่วงเริ่มจางลง เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาเป็นสีเหลืองตามปกติ ผลตรวจปัสสาวะดีขึ้น เชื้อหาย อาการสับสนค่อย ๆ ดีขึ้นตามไปด้วย สุดท้ายสามารถถอดสายสวนออกได้ค่ะ นั่นแสดงว่า ปัสสาวะที่สีม่วงก็เกิดมาจากการติดเชื้อนั่นแหละ และการติดเชื้อก็เป็นเหตุให้เขาเพ้อ สับสน

แล้วปัสสาวะมันม่วงได้ยังไง? แบคทีเรีย 2 ตัวนี้ เป็นแบคทีเรียที่ใช้กรดอะมิโน tryptophan มาแปลงเป็นสารนั่นสารนี่บ่อย ๆ ซึ่งระหว่างที่มันใช้ชีวิตอยู่เนี่ย มันสามารถเอาสาร indole ที่ได้มาจาก tryptophan เปลี่ยนเป็นสารสองชนิดคือ Indigo สีฟ้า และ Indirubin สีแดง แล้วก็ผสมกันค่ะ ผสมกันได้สีม่วงพอดี

ซึ่งหลายครั้งก็ไม่เห็นอะไรแบบนี้ เพราะติดเชื้อแล้ว แบคทีเรียสร้างออกมาไม่เยอะพอ หรือไม่ก็โดนกำจัดไปหมดแล้วจากภูมิคุ้มกัน หรือยาปฏิชีวนะ แต่เคสนี้น่าจะมีเยอะพอควร คือน่าจะติดมาตั้งแต่ที่บ้านแล้ว ทำให้เกิดปัสสาวะสีม่วงแบบนี้ ซึ่งมีชื่อภาวะนี้ด้วยนะคะ เรียกว่า Purple urine bag syndrome

ของฝากจากเคสนี้คือ ผู้สูงอายุจำนวนมากที่ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อาจไม่ได้มาด้วยไข้ ไม่ได้มาด้วยแสบขัด หรือปวดท้องเหมือนในตำรา แต่อาจมาด้วยซึม สับสน อาการทางระบบประสาทแย่ลง เหมือนภาวะสมองเสื่อมกำเริบ

ส่วนปัสสาวะสีม่วงนั้น ตัวมันเองไม่ได้อันตรายค่ะ แต่มันกำลังส่งสัญญาณว่าข้างในอาจมีการติดเชื้อซ่อนอยู่ค่ะ ดังนั้นได้ยินว่าปัสสาวะม่วง ต้องดูด้วยค่ะว่า หมายถึงกรณีไหนเนอะ