เรียกว่าเป็นอีกศิลปินที่น่าจับตามอง สำหรับ “PSYCHIC FEVER (ไซคิก ฟีเวอร์)” บอยแบนด์ดาวรุ่งจากประเทศญี่ปุ่น ที่มี 7 หนุ่มสมาชิกมากความสามารถ นำโดย โคโคโระ โคฮัตสึ (KOKORO KOHATSU) ลีดเดอร์และโวคอล, ซึรุกิ ทากาฮาชิ (TSURUGI TAKAHASHI) แร็ป, เรียวกะ นากานิชิ (RYOGA NAKANISHI) แร็ป, เร็น วาตานาเบะ (REN WATANABE) แร็ปและบีตบ็อกซ์, คาซุกิ จิมมี่ โอซาอิ (KAZUKI JIMMY OSAYI) แร็ป, ริวชิน ฮันดะ (RYUSHIN HANDA) แร็ป และ ไซกิ วีสะ (SAIKI WEESA) โวคอล

ซึ่งพวกเขาบุกมาทำกิจกรรมในเมืองไทยจัดเต็ม และด้วยเสน่ห์และความน่ารัก จึงทำให้พวกเขามีฐานแฟนคลับชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “PSYCHIC FEVER” ได้มีผลงานใหม่ กับการปล่อยเพลง “To The Top” พร้อมชวนบอยแบนด์ดาวรุ่งฝั่งไทย อย่าง “DVI (ดี-วาย)” จาก “4NOLOGUE” มาร่วมงานกันเป็นครั้งแรก ภายใต้การดูแลจาก “HIGH CLOUD ENTERTAINMENT” ที่จับมือกับ “LDH JAPAN” งานนี้ “ฮาอึน” เลยไม่พลาดพาแฟน ๆ ไปเปิดใจ 7 หนุ่ม “PSYCHIC FEVER” แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เจาะลึกทั้งตัวตนและผลงาน ที่พวกเขามีมุมมองว่าดนตรีนั้นสามารถทำลายกำแพงด้านภาษา พร้อมไม่พลาดเปิดเรื่องน่ารัก ๆ กับสาวในอุดมคติ และความประทับใจที่หนุ่ม ๆ มีต่อแฟนคลับชาวไทยกันแบบจัดเต็ม

Q : ถามถึงชื่อวง “PSYCHIC FEVER” มีที่มาและความหมายว่าอะไร?

โคโคโระ : ทุกคนจะมีสิ่งที่เป็นจุดเด่น แล้วพอนำมารวมกันก็เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ชื่อว่า ‘ไซคิก’ และมารวมกับคำว่า ‘ฟีเวอร์’ จึงกลายเป็นชื่อวงขึ้นมาครับ

Q : ถามถึงผลงานล่าสุด “To The Top” ช่วยแนะเพลงนี้หน่อย?

โคโคโระ : สำหรับเพลงนี้พวกเราได้รับความช่วยเหลือจากคุณนีโน่ (เกริก ชาญกว้าง โปรดิวเซอร์) และก็ร่วมงานกับศิลปิน ‘ดี-วาย’ เนื้อเพลงสื่อถึงการไปถึงความฝันอันสูงสุดอย่างไม่หวาดกลัวต่ออุปสรรคใด ๆ ครับ

Q : แรงบันดาลใจเพลงนี้ มาจากไหน?

โคโคโระ : ตอนที่เราได้ฟังเดโม่ และพอได้มาคุยกับคุณนีโน่ เราก็อยากได้เพลงที่สามารถสื่อถึงความเป็นตัวของพวกเราออกมาได้ จึงกลายมาเป็นเพลงนี้ ที่บ่งบอกว่าพวกเรานั้นอยากไปยังจุดสูงสุดด้วยกันครับ

Q : เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับศิลปินฝั่งไทย อย่าง “DVI” เล่าถึงที่มาของการร่วมงานกันครั้งนี้ให้ฟังหน่อย?

วีสะ : ด้วยความที่ทั้งสองวงนั้นเป็นวงที่เพิ่งเดบิวต์ด้วยกันทั้งคู่ด้วย พอคุณกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ เห็น ก็รู้สึกว่าเป็นความพอดีมาก ๆ รวมถึงทั้งสมาชิกทั้ง 2 วง ก็ยังมีอายุที่ใกล้เคียงกันด้วย เลยทำให้การทำงานราบรื่นมาก ๆ เลยครับ (ยิ้ม)

Q : ด้วยความที่ใช้คนละภาษา พอได้มาร่วมกันแล้วต้องปรับตัวเยอะมั้ย?

วีสะ : จริง ๆ แล้วมันก็มีกำแพงด้านภาษาอยู่เหมือนกันนะครับ แต่ว่าพอทุกคนชอบดนตรีเหมือน ๆ กัน มันก็เลยเหมือนกลายเป็นภาษา ๆ หนึ่ง ทำให้พวกเรานั้นสื่อสารกันได้ และสามารถทำงานออกมาได้อย่างสนุกสนานครับ

Q : ความยากและท้าทายในการทำงานครั้งนี้คืออะไร?

โคโคโระ : หลัก ๆ เลยก็จะเป็นเรื่องของการใช้ภาษาครับ เพราะเพลงนี้พวกเราทำออกมาเป็นภาษาอังกฤษหมด ดังนั้นเรื่องของการออกเสียงก็ค่อนข้างที่จะทำให้พวกเราต้องฝึกเยอะเหมือนกัน และไม่ว่าจะเป็นการพูดแนะนำเพลงที่เป็นภาษาไทย และทุกอย่างที่เกี่ยวกับภาษา เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ายากมากครับ

Q : มีอะไรประทับใจเกี่ยวกับวง “DVI” เล่าให้ฟังบ้างมั้ย?

วีสะ : ตอนที่เราไปอัดเสียงด้วยกัน ก็ได้ยิน ‘ดี-วาย’ แร็ปแบบสด ๆ ก็รู้สึกว่ามันเท่มากเลยครับ

Q : แล้วเพื่อน ๆ วง “DVI” มีแนะนำอาหารไทย หรือสอนภาษาไทยบ้างรึเปล่า?

เรียวกะ : จริง ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษนะครับ ทุกคนก็พยายามสื่อสารกันด้วยภาษาที่เป็นทางการ คือภาษาอังกฤษ ขณะเดียวกัน ‘ดี-วาย’ เอง ก็มีไปฝึกภาษาญี่ปุ่นมาบ้างนิดหน่อยเหมือนกัน เลยมีการใช้นิด ๆ ปน ๆ กันไป ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็มีแนะนำอาหารไทยมาให้ลอง เป็นอาหารที่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว มีทั้งขนมไทย และมีอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมันคือข้าวปั้น แต่เป็นหน้าที่ผมไม่เคยเห็นที่ญี่ปุ่นมาก่อนเลย ก็ตกใจมากเหมือนครับ (ยิ้ม)

Q : ได้เรียนรู้อะไรจากการมาทำงานกับ วง “DVI” และทีมงานไทยครั้งนี้บ้าง?

โคโคโระ : ในการทำเพลงครั้งนี้ด้วยกัน ก็ถือเป็นการที่พวกเราได้ทำงานกับศิลปินต่างชาติเป็นครั้งแรก และยังเป็นการทำอะไรใหม่ ๆ สำหรับพวกเราด้วย และก็เป็นครั้งแรกของผมด้วยที่ได้เข้าอัดเสียงพร้อมกัน 13 คน ก็รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเลยที่ได้ทำด้วยกัน เป็นอะไรที่แปลกใหม่ และก็เป็นประสบการณ์ใหม่มาก ๆ สำหรับพวกเราด้วยครับ

Q : อย่างที่บอกว่าในเพลงนี้พูดถึง “เป้าหมายสูงสุดอย่างไม่หวาดกลัวต่ออุปสรรคใด ๆ” อยากรู้ว่าในชีวิตพวกคุณ มีเป้าหมายอะไรที่รู้สึกว่าได้ผ่านอุปสรรคมามากมาย กว่าจะสำเร็จ เหมือนในเนื้อเพลง “To The Top” บ้างมั้ย?

วีสะ : ตั้งแต่ก่อนที่พวกเราจะเดบิวต์ จนถึงปัจจุบันที่เราได้มีคอนเสิร์ต ‘BALLISTIK BOYZ VS PSYCHIC FEVER THE SURVIVAL 2023 THAILAND’ ที่เมืองไทย คือเรารู้สึกว่าก็มีหลายอย่างที่เป็นอุปสรรคสำหรับผมครับ แต่ว่าทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดี และสำหรับผมก็มองว่าอุปสรรคมันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีเหมือนกันนะครับ (ยิ้ม)

Q : อยากให้คนที่เข้ามาฟังเพลง “To The Top” ครั้งนี้ ได้รับ Message อะไร กลับออกไปมากที่สุด?

โคโคโระ : หลัก ๆ เลยนะครับ ผมอยากให้ทุกคนทำความฝันให้เป็นจริง ซึ่งตอนนี้ทั้งเพลงและเอ็มวีก็ปล่อยออกมาหมดแล้ว ก็อยากให้คนที่ได้ฟังและดูผลงานนี้ มีความสุขและนำเพลงนี้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนครับ

Q : ในฐานะศิลปินยุคใหม่ คิดว่าดนตรีสามารถทลายกำแพงและขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปได้ยังไง?

วีสะ : อย่างที่บอกว่าเรื่องของกำแพงภาษา ผมเองก็รู้สึกว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องของการเต้น การร้อง มันก็เป็นภาษาอย่างหนึ่งเหมือนกันครับ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกำแพงอะไร ทุกอย่างมันสามารถสื่อได้ด้วยร่างกายของเรา และสามารถทำลายกำแพงทุกอย่างได้แน่นอน

Q : เดบิวต์ได้ไม่นาน แต่เห็นว่าพวกคุณเคยได้รางวัล “NEXT GENERATION GLOBAL” จากงาน 2022 GENIE MUSIC AWARDS รางวัลความเป็นเลิศทางดนตรี จัดโดย GENIE MUSIC ของประเทศเกาหลีใต้ รวมถึง ได้รับรางวัล “ASIA RISING STAR AWARD” ในไทยด้วย รางวัลเหล่านี้ มีความหมายกับพวกคุณยังไง?

โคโคโระ : สำหรับพวกเราที่เป็นวงเพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นาน เลยรู้สึกว่าการรับรางวัลนี้ เหมือนเป็นการค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปสู่เป้าหมายที่อยากทำในระดับโลก อย่างการทำงานที่เมืองไทย ก็เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถได้รับประการณ์แบบนี้ที่ญี่ปุ่นได้ ก็อยากจะแชร์ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ไปยังทั่วโลกเลยครับ

Q : การแสดงบนเวที 2022 BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL ซึ่งถือเป็นเทศกาลดนตรีระดับประเทศของเมืองไทย มอบประสบการณ์อะไรให้คุณเป็นพิเศษมั้ย?

วีสะ : ก่อนอื่นเลยคือพวกเราดีใจมากเลยครับและรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเวทีบิ๊กเมาน์เท่นในครั้งนี้ และหวังว่าในอนาคตจะได้รับโอกาสดี ๆ ในการขึ้นเวทีใหญ่ ๆ แบบนี้อีกครับ

Q : คิดว่ารางวัลของการเป็นศิลปิน ในมุมมองของ “PSYCHIC FEVER” คืออะไร?

โคโคโระ : การที่ผมได้มาเป็นศิลปินตรงนี้ ก็ทำให้ผมได้รับพลังจากแฟน ๆ ได้กำลังใจจากแฟน ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตรงนี้แหละที่เป็นรางวัลสำหรับผม ที่มีคนได้รับแรงบันดาลใจมาจากผม และผมก็อยากทำต่อไปให้เต็มที่ครับ

Q : เวลาที่พวกคุณมีปัญหา ไม่เข้าใจกัน หาทางออกยังไง?

เรียวกะ : จริง ๆ แล้วพวกเราก็ไม่เคยมีการทะเลาะกันแบบใหญ่ ๆ ในวงเลยนะครับ ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาหลัก ๆ เลยก็คือการพูดคุยกัน ตั้งแต่มาเมืองไทย ทุกคนก็ได้ทานข้าวร่วมกันบ่อยมาก และคุยกันบ่อย ๆ เลยคิดว่าการปัญหาก็คือการที่เราสื่อสารกันครับ (ยิ้ม)

Q : หากเลือกข้อดีหรือความสามารถพิเศษของเพื่อนในวงมาเป็นของตัวเอง อยากได้ความสามารถอะไร ของใคร?

ซึรุกิ : ส่วนตัวผมเป็นเมนแร็ป ดังนั้นผมอย่างได้เสน่ห์ของจิมมี่ เพราะเป็นคนที่ไวบ์ของตัวเองที่เท่มาก ก็อยากได้ตรงนั้นมาครับ และอีกคนที่มีผมอยากได้เสน่ห์ก็คือวีสะ ผมคิดว่ามีสิ่งนึงที่ใครก็ไม่สามารถเลียนแบบเขาได้เลย ก็คือเขาเป็นลูกครึ่งเกาหลีและโมร็อกโก ดังนั้นเรื่องการแสดง ผมรู้สึกว่าเขามีไดนามิกของตัวเองอยู่ ซึ่งตรงนั้นใครก็ไม่สามารถทำได้ครับ”

วีสะ : ผมอยากได้ความเป็นผู้ใหญ่ของคุณซึรุกิครับ เพราะว่าผมเป็นน้องเล็กที่สุดในวง เลยรู้สึกว่าอยากจะเป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่และเป็นผู้นำแบบนั้นบ้างครับ (ยิ้ม)

จิมมี่ : ผมอยากได้เสน่ห์การร้องเพลงของเร็นครับ เพราะเขาทำบีตบ็อกซ์ได้ด้วย และนอกจากเขาเป็นเมนแร็ปแล้ว เขายังร้องโวคอลได้อีกด้วย ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถเยอะมาก และผมนับถือคนแบบนี้มาก ๆ เลยอยากพลังตรงนั้นมาครับ (หัวเราะ)

เรียวกะ : ผมอยากได้ความเพียรพยายามของคุณโคโคโระมาก ๆ เพราะเขาเป็นคนที่ตั้งใจมากครับ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ก็จะเป็นคนที่เป๊ะมาก ซึ่งผมไม่ใช่คนประมาณนั้นเท่าไหร่ เลยอยากได้ตรงนี้ของโคโคโระครับ

โคโคโระ : ในทางกลับกัน ผมเองอยากได้วิธีการคิดของคุณเรียวกะนะ เพราะเขาเป็นคนที่คิดค่อนข้างกว้างและยังเก่งในเรื่องของการทำเพลงด้วยครับ

ริวชิน : ผมชอบเซนส์ของจิมมี่ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแฟชั่น การทำเพลง และเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการใช้ชีวิตของเขา เป็นอะไรที่ผมชอบหมดเลย เลยอยากได้ตรงนี้มาก ๆ ครับ

เร็น : ผมอยากได้ความสดใสร่าเริงของคุณริวชินครับ รวมทั้งการเข้าถึงผู้คน และความน่ารัก ซึ่งผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีตรงนั้นเลยครับ

Q : ไอดอลในดวงใจหรือศิลปินที่พวกคุณอยากร่วมงานด้วย คือใคร?

วีสะ : คุณมิลลิ (ดนุภา คณาธีรกุล) คือพวกเราทุกคนชอบเพลงของคุณมิลลิมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ญี่ปุ่นแล้วครับ และเราก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยมีโอกาสคอลแลปส์ร่วมกับศิลปินหญิงเท่าไหร่ ถ้าได้ทำงานร่วมกับคุณมิลลิ เพลงที่ออกมาต้องเท่มาก ๆ แน่นอนครับ

Q : คนที่จะเอาชนะใจพวกคุณได้ ต้องเป็นแบบไหน?

ซึรุกิ : ผมชอบคนที่รักในตัวผมด้วยและต้องให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นหลักด้วยเหมือนกันครับ”

วีสะ : ผมชอบผู้หญิงสวยครับ แต่เรื่องนิสัยขอเป็นคนน่ารักนะ (ยิ้ม)

จิมมี่ : ผมชอบคนที่เคารพทั้งตัวผมและตัวของเขาเองครับ

เรียวกะ : ผมชอบคนที่ใจดี และรู้สึกว่าการที่คน ๆ พยายามทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ผมรู้สึกว่ามันน่ารักมากครับ

โคโคโระ : ผมชอบคนที่เหมือนคุณแม่ครับ (ยิ้ม)

ริวชิน : ผมชอบคนที่ร่าเริง หัวเราะบ่อย ๆ ครับ

เร็น : ส่วนตัวผมชอบคนยิ้มสวยครับ และหากผมทำอะไรที่ตลก ๆ ก็อยากให้หัวเราะไปกับผมด้วย (ยิ้ม)

Q : นิยามความรักของ “PSYCHIC FEVER” คืออะไร?

โคโคโระ : สำหรับ ‘ไซคิกฟีเวอร์’ เรารู้สึกว่าความรักคือการที่สามารถตักเตือนกันได้ อาจมีบางสิ่งที่คนไม่กล้าพูด แต่หากมีคนที่คอยพูดและเตือน ผมก็คิดว่าสิ่งนั้นคือความรักครับ

Q : พูดถึงเมืองไทยบ้าง ได้มาทำกิจกรรมในเมืองไทยสักแล้ว รู้สึกประทับใจอะไรมากที่สุด?

วีสะ : สำหรับผมคือคอนเสิร์ต ‘THE SURVIVAL 2023 THAILAND’ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อไม่นานมานี้ เพราะผมรู้สึกว่าเป็นหนึ่งในความฝันของผมในการมาเมืองไทยที่อยากจะทำ และผมก็รู้สึกว่ามันเป็นที่ ๆ ผมได้พูดคุยและสื่อสารกับแฟนคลับได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นคอนเสิร์ตของพวกเราเอง ผมชอบที่จะได้เห็นแฟน ๆ เชียร์ ร้อง และเต้นไปกับพวกเราครับ

Q : มีสถานที่ท่องเที่ยวโปรดในเมืองไทยบ้างมั้ย?

วีสะ : พวกเราได้ไปพัทยาครับ ได้ไปสวนน้ำมา รู้สึกสนุกมากเลยครับ (ยิ้ม)

Q : พูดถึงแฟนคลับชาวไทยหน่อย มีอะไรประทับใจเล่าให้ฟังบ้าง?

เรียวกะ : ตั้งแต่วันที่พวกเรามาถึงประเทศไทยเลยครับ มีแฟน ๆ ไปรับที่สนามบินเยอะมาก และก่อนหน้านี้ที่งาน ‘NIPPON HAKU BANGKOK 2022’ ก็มีแฟน ๆ มารวมตัวกันเป็นครอบครัวเลย เพื่อมาต้อนรับพวกเรา ที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้ เลยประทับใจมาก ๆ มีการทำของที่ระลึกเกี่ยวกับพวกเรา และทั้งในโซเชียลมีเดียของแฟนคลับ ก็ช่วยกระจายข่าวต่าง ๆ ให้พวกเราด้วย รู้สึกดีใจมาก ๆ ครับ

Q : เวลาพูดแฟนชาวไทย จะคิดถึงอะไรกัน?

เรียวกะ : ผมนึกถึงเสียงเชียร์ที่ดังขึ้นมาบนเวทีครับ เวลาที่พวกเราขึ้นโชว์ แฟน ๆ ชาวไทยจะส่งเสียงเชียร์ ร้องและเต้นไปด้วยกันตลอดเลย ผมก็ตั้งตารอคอยทุกครั้งที่ขึ้นทำการแสดง (ยิ้ม) รวมทั้งตอนขึ้นและลงเวที ก็จะมีแฟน ๆ มาคอยยืนรอถ่ายคลิปวิดีโอ มาทักทาย ตรงนี้ทำให้ผมสึกว่าได้พูดคุยกับแฟนคลับ และผมก็ชอบตรงนี้มาก ๆ เลยครับ

Q : ท้ายสุดฝากถึงแฟน ๆ กันหน่อย?

โคโคโระ : ก่อนอื่นพวกเราขอขอบคุณเสียงเชียร์อันแสนอบอุ่นของทุกคนนะครับ และเพลง ‘To The Top’ ได้ปล่อยออกมาหมดแล้ว ทั้งเอ็มวีและตัวเพลง อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงนี้กัน ซึ่งมันเป็นเพลงที่นำเอาส่วนผสมของความฝันและความหวังของทั้งของพวกเราและแฟน ๆ มารวมอยู่ด้วย ก็ขอฝากติดตามและอยากให้ไปดูกันเยอะ ๆ ครับ

เชื่อว่าบทสัมภาษณ์นี้จะทำให้แฟน ๆ รู้จักความเป็น “PSYCHIC FEVERมากยิ่งขึ้น และยิ่งหลงรักพวกเขาแน่นอน

ฮาอึน

Recap “PSYCHIC FEVER

“PSYCHIC FEVER from EXILE TRIBE” คือศิลปินจากประเทศญี่ปุ่น วงน้องใหม่ล่าสุดในเครือกลุ่มศิลปิน EXILE  ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “EXILE TRIBE” ภายใต้สังกัด LDH และได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2022ประกอบด้วยสมาชิกสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 7 คน ได้แก่ ซึรุกิ ทากาฮาชิ (TSURUGI TAKAHASHI)แร็ป, เรียวกะ นากานิชิ (RYOGA NAKANISHI)แร็ป, เร็น วาตานาเบะ (REN WATANABE) แร็ปและบีตบ็อกซ์, คาซุกิ จิมมี่ โอซาอิ หรือ จิมมี่ (KAZUKI JIMMY OSAYI) – แร็ป, โคโคโระ โคฮัตสึ (KOKORO KOHATSU) โวคอล, ริวชิน ฮันดะ (RYUSHIN HANDA) แร็ป, และ ไซกิ วีสะ หรือ วีสะ (SAIKI WEESA) โวคอล

พวกเขาทุกคนสำเร็จการศึกษาจาก EXPG STUDIO โรงเรียนพัฒนาศิลปินภายใต้สังกัด LDH ที่แต่ละคนใช้เวลาหลายปีเรียนรู้และพัฒนาทักษะของตนในการเป็นเด็กฝึกพร้อมทั้งได้เข้าร่วมการแสดงมากมายของศิลปินรุ่นพี่ในเครือกลุ่มศิลปิน EXILE  ด้วยความสามารถอันหลายหลายที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกเขา ทั้งการร้อง แร็ป และการเต้น มารวมกันแล้วเกิดเป็นปฏิกิริยาเคมีที่ลงตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อนจนได้เป็น “PSYCHIC FEVER” ในปัจจุบัน

สไตล์เพลงของ PSYCHIC FEVER มีความเป็น HIP HOPและ R&B ผสมผสานแนวดนตรี CITY POP ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของดนตรีป๊อปญี่ปุ่น มีความโดดเด่นด้วยดนตรีที่ผสมเสียงซินธิไซเซอร์แบบในเพลง “Tokyo Spiral” หรือเพลงที่เต็มไปด้วยพลังบวกและไวบ์ของดนตรีที่ให้ความรู้สึกดี ผ่อนคลาย ฟังแล้วติดหู อย่างเพลง “Best For You” หรือ “Snow Candy” ที่ปล่อยในช่วงคริสต์มาส 2021 ก่อนพวกเขาจะได้เดบิวต์และเพลง “Choose One” ซิงเกิ้ลจากอัลบั้ม “P.C.F” ผลงานเดบิวต์อัลบั้มที่ปล่อยออกมาในเดือนสิงหาคม 2022 หลังจากได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการและในเดือนพฤศจิกายน พวกเขายังได้รับรางวัล NEXT GENERATION GLOBAL จากงาน 2022 GENIE MUSIC AWARDS รางวัลความเป็นเลิศทางดนตรีจัดโดย GENIE MUSIC ของประเทศเกาหลีใต้ 

หลังจากพวกเขาออกเดบิวต์อัลบั้มแล้ว “PSYCHIC FEVER” ได้เดินทางมาทำกิจกรรมที่ประเทศไทย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในรายการ “NEW SCHOOL BREAKIN” รายการวาไรตี้ที่ได้รวมความต่างด้านวัฒนธรรมและดนตรีระหว่างญี่ปุ่นและไทยไว้ด้วยกันซึ่งเป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรทางดนตรี นำทีมโดย กอล์ฟ-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ F.HERO แห่งค่าย HIGH CLOUD ENTERTAINMENT จับมือกับ LDH JAPAN ในการจัดทำโปรเจกต์นี้ขึ้น นอกจากการได้เข้าร่วมในรายการนี้แล้วพวกเขายังได้ขึ้นแสดงบนเวที “2022 BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL” เทศกาลดนตรีระดับประเทศของเมืองไทย รวมทั้งงาน “SIAM MUSIC FEST 2022” มหกรรมดนตรีที่ใหญ่ที่สุดใจกลางสยามสแควร์ ซึ่งมีศิลปินชั้นนำของเมืองไทยเข้าร่วมอย่างมากมาย และจากการได้แสดงบนเวทีงาน “SIAM MUSIC FEST 2022” ในวันที่ 17 ธ.ค. 2565 ทำให้วง “PSYCHIC FEVER” ได้รับเสียงชื่นชมและพูดถึงบนโลกโซเชียลจนทำให้ #PSYCHICFEVER ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ของเมืองไทย และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาได้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลสุดยอดบุคคลและองค์กรเกี่ยวกับดิจิทัลในประเทศไทย ครั้งที่ 4 และได้รับรางวัล “ASIA RISING STAR AWARD” ในงานนี้ด้วยเช่นกัน

ล่าสุด PSYCHIC FEVER from EXILE TRIBE กำลังจะมีผลงานเพลง “To The Top” ร่วมกับวง “DVI (ดีวาย)” ศิลปิน T-POP น้องใหม่มาแรงจากค่าย 4NOLOGUE ซึ่งเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของทั้งสองวง รวมไปถึงเป็นการทำงานเพลงครั้งแรกทั้งการบันทึกเสียงและถ่ายทำมิวสิกวิดีโอของพวกเขาในเมืองไทยอีกด้วย 

สำหรับผลงานเพลง “To The Top” ได้โปรดิวเซอร์มากฝีมือ อย่าง นีโน่–เกริก ชาญกว้าง มาถ่ายทอดบทเพลงโดยสื่อถึงความตัวตนของศิลปินวง “PSYCHIC FEVER” และวง “DVI” ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งทำนองในแบบ HIP HOP MUSIC ผสมผสานกับแนวเพลงป๊อปได้อย่างลงตัว และเนื้อร้องที่บ่งบอกถึงความเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งพวกเขาพร้อมจะพาตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดอย่างไม่หวาดกลัวต่ออุปสรรคใดใด เพลง “To The Top” จึงเป็นเพลงที่เป็นตัวแทนของ “PSYCHIC FEVER” และวง “DVI” อย่างแท้จริง และที่สำคัญพวกเขาได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อส่งผ่านพลังด้านบวกและความจริงใจในเพลงนี้มอบให้กับทุกคน!