จากกรณีมหากาพย์ดราม่าสนั่นวงการเพลงลูกทุ่งระหว่างหญิงสาวคู่กรณี “ฟารีดา เอลิซาเบธ ที” และนักร้องหนุ่มดาวรุ่ง “ติณติณ-จรัสรวี เทียมรัตน์” สมาชิกวง New Country ล่าสุดทั้งคู่ได้เดินทางมายัง คลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความจริงทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มารอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการเก็บตัวอย่างผลพิสูจน์ ฟารีดา ได้ออกมาเปิดใจว่า “วันนี้มีความจริงที่อยากพูดถึงอีกไหม คือหนูพูดไปหมดในโหนกระแสแล้วค่ะ แต่คนจะเชื่อไม่เชื่อ หนูไม่อยากพูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วจริงๆ ค่ะ แล้วอย่างคนที่งงกับไทม์ไลน์ หนูพูดไปหมดในโหนกระแสแล้ว แต่คนจะเชื่อไม่เชื่อ อันนี้ก็แล้วแต่ค่ะ ก็อยากให้ฝากถึงคนที่อินบ็อกซ์มาด่าเรา หรือว่ายังไม่เข้าใจในตัวเรา หนูไม่สามารถพูดให้คนมาชอบหนูทุกคนได้ แต่ว่าอยากให้เขามีสติกันมากกว่านี้ เขาอาจจะอคติกับหนูในบางเรื่อง แต่ว่าอยากให้ลองมองอีกมุมว่า ถ้าคนที่ทักมาด่าอยู่ส่วนมากเป็นผู้หญิง ถ้าลองเจอแบบหนูบ้าง จะรู้สึกยังไง หนูอยากให้เขาคิดในแง่นี้มากกว่า

สาเหตุที่ผู้จัดการเราถึงถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการกับเรา ด้วยปัญหาส่วนตัวของเขามากด้วยค่ะ ถามว่าได้เคลียร์กันหรือยัง ก็ไม่ได้เกี่ยวกันค่ะ ใช่ค่ะ เป็นเรื่องปัญหาพนักงาน เขาเคลียร์กันเรียบร้อยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากัน ตอนนี้ก็เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน เขาแค่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ พูดไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาจริงๆ หลังจากนี้ถามว่ากลัวจะโดนอะไรเพิ่มอีกไหม เพราะทุกวันนี้มีแต่ข่าวที่มีคนออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องหนูเรื่อยๆ หนูคิดว่าอยากให้จบจริงๆ คือหนูไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว อยากโฟกัสเรื่องอยากกลับไปทำงาน 

อย่างในกรณีของ ฟ. พี่น้องสอง ฟ. อันนี้หนูพูดในโหนกระแสไปหมดแล้วค่ะ สุดท้ายแล้วตอนนี้โฟกัสอยากกลับไปทำงานมากกว่า เรื่องงานอย่างเดียวเลย ขอโอกาสทำงานจริงๆ ขอโอกาสทั้งสังคม (ยกมือไหว้) ทั้งผู้ใหญ่ทุกคนเลยว่า หนูอยากกลับไปทำงานจริงๆ หนูอยากมีเงินไปเลี้ยงลูก”

ทางด้าน พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ พร้อมด้วย คุณอานนท์ เลิศไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BCC Group ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงขั้นตอนทางการแพทย์อย่างละเอียดเพื่อลดความสับสนของสังคม

พญ.กมลภัทร ยืนยันว่า “ในวันนี้ก็คือจริงๆ ที่อยากมาพูดในวันนี้ เพราะว่าหลายคนยังสับสนว่ามันเป็นการเจาะน้ำคร่ำหรือเป็นการเจาะเลือด หมอขอยืนยันให้ว่าในทางการแพทย์ เราไม่มีการเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจหาความสัมพันธ์พ่อลูกแน่นอน เพราะว่ามันเป็นความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ การเจาะน้ำคร่ำมันมีโอกาสแท้งได้ เทคนิคที่เราใช้วันนี้จึงเป็นการเจาะเลือดค่ะ โดยที่เราเชื่อว่าตรงรกที่มันเกาะกับคุณแม่ มันจะมีชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่หลุดมาในเลือกคุณแม่ แล้วเราก็เลยเจาะเลือดคุณแม่ไปแล้วก็เอาชิ้นส่วนดีเอ็นเอมาวิเคราะห์ว่ามันแมตช์กับคุณพ่อไหม

การตรวจของน้องทั้งสองคนผ่านไปด้วยดี ส่วนคำแนะนำที่ให้กับน้องทั้งคู่ จริงๆ เมื่อกี้เท่าที่คุยกับน้องเขา น้องก็ยังดูโอเคนะคะ ไม่ได้เครียดมาก ไม่ได้มีอะไร ก็แค่ให้ดูประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น แล้วที่ประเมินสุขภาพเขาเท่าที่ดูโอเค มีประวัติฝากครรภ์ชัดเจน แล้วสุขภาพจิตของเขา ถามว่าจะส่งผลอะไรกับตัวเด็กไหม แน่นอนว่าถ้าคุณแม่เครียด น้องก็จะมีความเครียดตามและถ้าเครียดมากๆอาจจะทำให้มีผลต่อการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด ส่วนระดับความเครียดถึงขั้นให้ยาซึมเศร้าไหม อันนี้เป็นการประเมินดูเบื้องต้นมากๆ ไม่ได้ดูถึงขนาดนั้น

ส่วนในพาร์ตของผู้ชายก็จะเป็นการตรวจจากกระพุ้งแก้ม ไม่ได้เจาะเลือด ที่เราต้องเจาะเลือดคุณแม่เพราะว่าต้องการชิ้นส่วนดีเอ็นเอของลูกที่ปนอยู่ในเลือดคุณแม่ แต่ว่าของผู้ชายที่จะเอาดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้มเลย”

คุณอานนท์ เผยต่อว่า “แล้วการส่งแล็บกระบวนการตรวจในห้องแล็บ เราจะส่งไปตรวจที่ต่างประเทศ ระยะเวลาที่ใช้จะอยู่ที่ 14 วันทำการ ส่งไปที่ฮ่องกงครับ ความแม่นยำอยู่ที่ 99.9 เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนการตรวจแบบนี้ สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ที่ 9 สัปดาห์เป็นต้นไปครับ

หลังจากที่ทราบผลแล้ว ตรงนี้จะมีการตกลงกันหลังจากเก็บตัวอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วว่าจะตกลงกันว่าจะส่งผลไปทางไหน ปกติแล้วการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ ผลมันออกมาจะต้องดูเป็นกลางมากที่สุด ผลตรวจเราจะไม่มีการเปิดแล้วส่งให้ทั้งสองฝ่ายเลยครับ ตอนนี้ฟาเขาเหมือนมีความกังวลในการตรวจที่คลินิกมันดูไม่เท่าโรงพยาบาลใหญ่ ถามว่าเราอยากจะยืนยันอะไรตรงนี้ไหม จริงๆ คลินิกของเราเปิดให้บริการนานว่า 15 ปีนะครับ แล้วก็ในเมืองไทยเองในเรื่องของสถานที่รับตรวจดีเอ็นเอยังมีไม่เยอะ โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ดังนั้นโรงพยาบาลต่างๆ ที่เขามีให้บริการจริงๆ เขาก็ส่งตัวอย่างมาตรวจที่เรา เพราะฉะนั้นในเรื่องของความแม่นยำ ความสบายใจเนี่ย ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”