สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่านรายงานความสำเร็จของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ในการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลปาเวห์ “รุ่นล่าสุด” ชื่อ “ไคเบอร์เชห์คัน” ซึ่งมีรัศมีทำการ 1,650 กิโลเมตร และนำเข้าประจำการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติม


ขณะที่ พล.จ.อาเมียร์ อาลี ฮาจิซาเดห์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศของไออาร์จีซี กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ไออาร์จีซีระดมยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก เพียงไม่กี่วันหลังกองทัพสหรัฐลอบสังหาร พล.ต.กัสเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังนักรบพิเศษ “คุดส์” ของไออาร์จีซี ในกรุงแบกแดด เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2563 ว่า อิหร่านไม่ได้มีเป้าหมายสังหาร “ทหารผู้น่าสงสาร”

พล.ต.โมฮัมเหม็ด บาเกห์รี ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมอิหร่าน (คนขวา) และ พล.จ.อาเมียร์ อาลี ฮาจิซาเดห์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ถ่ายภาพคู่กับขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นล่าสุด “ไคเบอร์เชคัน” ณ สถานที่แห่งหนึ่ง


อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์แท้จริงคือ ผู้นำสหรัฐในเวลานั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.การต่างประเทศ และบรรดาทหารระดับสูงของสหรัฐ ที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของ พล.ต.สุไลมานี


อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนนี้ อิหร่านเผยโฉมฐานทัพอากาศใต้ดิน “อีเกิล 44” (Eagle 44) ซึ่งพื้นที่ของฐานทัพมีขนาดใหญ่เพียงพอเก็บเครื่องบินขับไล่และอากาศยานไร้คนขับ โดยเน้นว่า สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในฐานทัพสำคัญที่สุดของประเทศ อนึ่ง การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้น หลังการเคยเสนอรายงานครั้งหนึ่ง เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า กองทัพอิหร่านมีแผนก่อสร้าง “ฐานทัพใต้ดินอีกแห่งหนึ่ง”.

เครดิตภาพ : REUTERS