เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ก.พ. โรงแรมดิอิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2566 โดยการนำของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯ นายประสาท ตันประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคฯ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคฯ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 รวมทั้งนายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคฯ ส.ส.นครราชสีมา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 อดีตประธานสภา อบจ.นครราชสีมา รวมถึงบรรดากรรมการบริหารพรรค รองเลขาธิการพรรค สมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้าในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และจังหวัดต่างๆ โดยสวมใส่เสื้อยืดสีแสดสีประจำพรรค รวมกว่า 300 คน

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การประชุมใหญ่พรรควันนี้ มีวาระสำคัญ ดังนี้ 1.เตรียมความพร้อมเพื่อการเลือกตั้งทั่วไป 2566 2.นโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า ที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง 3.พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับพรรคชาติพัฒนากล้า ข้อ 71 และรายงานให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบถึงนโยบายพรรค รวมทั้งอยากจะรับฟังความคิดเห็นสมาชิกด้วย ส่วนประเด็นแคนดิเดตนายกฯ ยังไม่ได้มีการเสนอในเรื่องนั้น เป็นการประชุมตามวาระดังกล่าว ซึ่งในที่ประชุมใหญ่พรรคชาติพัฒนากล้า ได้มีการพูดถึงเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ การเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเลือกตั้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการพูดคุยกันเรื่องนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า สําหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ว่าในเรื่องเศรษฐกิจนั้น เราจะเน้นเรื่องอะไรกันบ้าง เราจะเน้นในเรื่องของการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน จากเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งมีอยู่ 6-7 ประเภท ที่เรียกว่า spectrum economy หรือเศรษฐกิจหลากสี ซึ่งสามารถจะทําให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ มูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี หรือในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลับมาให้มากกว่าเก่าเท่าตัวสามารถจะเพิ่มรายได้ให้ประเทศอีก 5 ล้านล้านบาท หรือการลดค่าใช้จ่ายด้วยการปรับโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ ใครเงินเดือนต่ำกว่า 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี นโยบายการยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร เพื่อให้เขาได้มีโอกาสที่จะได้เงินเพิ่มได้สินเชื่อเพิ่มเพื่อมาต่ออายุ นโยบายเรื่องสร้างมอเตอร์เวย์ทั่วไทย ซึ่งวันนี้ชาวโคราชรอว่าเมื่อไหร่มอเตอร์เวย์มาโคราชจะเปิด เป็นเรื่องที่จะต้องผลักดันให้เสร็จโดยเร็วหรือนโยบายรื้อโครงสร้างพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าไฟถูกลง และนโยบายปรับปรุงบ้านหลังละ 50,000 บาท เพื่อผู้สูงอายุและคนพิการ นโยบายในการสร้างมูลค่าเพิ่งทางการเกษตรและยกระดับสินค้าเกษตรด้วยการทำอุตสาหกรรม

ฉะนั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้เล่าให้สมาชิกฟัง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจ รวมทั้งการพูดกันถึงความพร้อมในเรื่องการเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือว่าตัวแทนหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ที่จะต้องทําให้ครบถ้วนตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มีความพึงพอใจสูงสุดในนโยบายรื้อโครงสร้างพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าไฟถูกลง นโยบายสร้างมอเตอร์เวย์ทั่วไทย และนโยบายปรับปรุงบ้านหลังละ 50,000 บาท เพื่อผู้สูงอายุและคนพิการ นโยบายปรับโครงสร้างภาษี

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งในครั้งนี้ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เป็นการเลือกตั้งที่ถ้าเป็นกีฬาถือว่าสนุกที่สุด ดุเดือดที่สุด เพราะการแข่งขันสูงและมีเดิมพันของชัยชนะสูงแล้วก็เป็นการเลือกตั้งที่เหมือนกับคนดูลุ้น หมายความว่าอยากให้เป็นการเลือกตั้งที่นําไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ตนผ่านการเลือกตั้งมาแล้วตั้งแต่ปี 31 เที่ยวนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่สนุก คือ เข้มข้น ดุเดือด ก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเปรียบเป็นกีฬาก็เป็นเกมที่สนุกที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ได้มีการพูดกันว่าจะดีลกับใคร ใครดีลกับพรรคอะไร หรือว่าใครจะสนับสนุนใครไม่สนับสนุนใคร นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยอะไรกับใคร การจัดรัฐบาลวันนี้มันยังเร็วเกินไปคิดว่ามันคงต้องอยู่ในบรรยากาศช่วงของการเลือกตั้ง หรือว่าก่อนวันลงบัตรก็จะเริ่มเห็นหน้าตา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ภาพของรัฐบาลใหม่คงจะต้องรอผลการเลือกตั้ง คําตอบของประชาชนคือสิ่งที่เราก็ต้องเคารพ ฉะนั้น ตัวเลขของผลการเลือกตั้ง แล้วก็นโยบายของพรรค และจุดยืนทางการเมือง 3 อย่างนี้ เป็นองค์ประกอบของรัฐบาลใหม่

“วันนี้การตัดสินใจของพี่น้องประชาชนขึ้นอยู่กับปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ฉะนั้น เรื่องนโยบายเป็นเรื่องสําคัญ ว่าการจะอยู่ด้วยกัน มันจะต้องหล่อหลอมนโยบายที่จะการแก้ไขปัญหาประเทศ ไม่ใช่เพียงว่าเข้าไปเป็นรัฐบาล ฉะนั้น มันมีหลายองค์ประกอบสุดท้ายที่สุดก็คือ คําตอบจากประชาชนสำหรับพรรคชาติพัฒนากล้า เราต้องการเสนอชื่อนายกฯ อย่างน้อยเราจะต้องทําให้ได้เสียงเพียงพอ เพื่อให้ candidate นายกฯ คือขอ 25 เสียงขึ้นไป และต้องทวงแชมป์ที่โคราชคืน” นายสุวัจน์ กล่าว

ส่วนที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ได้ร่วมเสวนา “เวที ฟังเสียงจากคนเหนือพรรคการเมืองแถลงนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” โดยมีพรรคการเมือง เข้าร่วมรับฟังเสียงจากพี่น้องประชาชน และ นำเสนอแนวนโยบายพรรคการเมือง 

น.ส.เยาวภา กล่าวว่าพรรคชาติพัฒนากล้า มีนโยบายเพื่อเด็กเล็ก​โดยเฉพาะ​ เพราะอัตราการเกิดที่น้อยลง​ จะทำให้สัดส่วนประชากรที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติน้อยลงในอนาคต​ ดังนั้นการลงทุนให้เด็ก​ เปรียบเสมือนการลงทุนให้กับอนาคตของประเทศ​ นโยบายหลักที่นำเสนอ คือ​ 1.เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็ก​ เพิ่มงบประมาณเงินอุดหนุนคุณแม่เพื่อเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่อายุ 0-6 ปี เดือนละ 2,000 บาท​ถ้วนหน้า​ ทุกคนโอนตรงเข้าบัญชีมารดา ซึ่งการอุดหนุนเงินเด็กเล็กแบบถ้วนหน้านี้​ จะทำให้เด็กไทยทุกคนได้มีหลักประกันการดูแลอย่างมีคุณภาพตั้งแต่แรกเกิด ทำให้ผู้ปกครองมีงบค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ และไม่ตกหล่น​

2.จัดตั้งศูนย์เด็กเล็กคุณภาพส่งเสริมการจัดตั้ง Day care ในโรงงาน สถานที่ทำงาน โดยสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการ​ โดยมีส่วนลดภาษีให้กับองค์กรที่สามารถจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กในสถานประกอบการได้ 3.พัฒนาศูนย์เด็กเล็กโดยการเพิ่มงบประมาณเงินอุดหนุนศูนย์เด็กเล็ก (6 เดือน-4 ขวบ) หัวละ 500 บาทต่อเดือน ซึ่งจะจ่ายงบประมาณผ่านท้องถิ่นแบ่งเป็น Phase รวมถึงกำหนดให้โรงเรียนต้องปรับหลักสูตร และพัฒนาทักษะครูพี่เลี้ยงให้มีความรู้เหมาะสมกับการดูแลเด็ก​

นโยบายเหล่านี้พรรคชาติพัฒนากล้าสามารถทำได้จริง เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนไทยอย่างแน่นอน​ ภายใต้การนำของ​นายสุวัจน์​ และ​คุณกรณ์​ จาติกวณิช​ หัวหน้าพรรค ที่มี​ความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจและการเงินทั้งภาครัฐและภาคเอกชน