เป็นเถาเลื้อย มีเหลี่ยมและมีขนปกคลุม มีหนวดหรือมือเกาะยาวเพื่อยึดเกาะใบ: เป็นใบเดี่ยว ออกสลับกัน คล้ายใบแตงโมแต่มีขนาดเล็กกว่า ขอบใบหยักเว้าลึกประมาณ 5-7 แฉก ปลายใบแหลม ออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบ แยกเพศแต่อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกมีสีเหลืองอ่อน ผล มีรูปทรงคล้ายกระสวยหรือรูปป้อมรี ผิวขรุขระและมีปุ่มยื่นออกมาทั่ว ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงส้ม และปลายผลจะแตกอ้าออกเป็น 3 แฉก เมล็ด มีรูปร่างกลมรีแบน เมื่อแก่จะมีเยื่อหุ้มหรือเมือกสีแดงสดห่อหุ้มเมล็ด ซึ่งนกชอบกินและช่วยกระจายพันธุ์
ประโยชน์ของมะระ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในมะระช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมน้ำตาลของเซลล์ และลดการผลิตน้ำตาลใหม่ในตับ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการรับประทานมะระเป็นประจำช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและกลุ่มเสี่ยง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในมะระช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นเมื่อเจ็บป่วย ใยอาหารสูงในมะระช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร เพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติและลดปัญหาท้องผูกได้ดี การรับประทานมะระเป็นประจำจึงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มะระ ประโยชน์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ดี ช่วยป้องกันการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีในมะระช่วยปกป้องผิวจากความเสียหาย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยและจุดด่างดำ ทำให้ผิวพรรณดูกระจ่างใสและอ่อนเยาว์ขึ้น การรับประทานมะระเป็นประจำจึงช่วยบำรุงผิวจากภายในได้ดี มะระมีแคลอรีต่ำมาก ประมาณ 17 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม ทานได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน
ข้อควรระวัง ในการกินมะระ ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลต่ำ เนื่องจากมะระช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่แล้วควรระวังในการรับประทาน เพราะอาจทำให้ระดับน้ำตาลลดลงมากเกินไปจนเกิดอันตรายได้ หากเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่กำลังใช้ยาควบคุมน้ำตาล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะระเป็นประจำ หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะระในปริมาณมาก เพราะมะระมีสารที่อาจกระตุ้นการหดตัวของมดลูกได้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด หากจะรับประทานควรรับประทานในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น
แม้มะระจะมีประโยชน์มาก แต่การรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง หรือคลื่นไส้ได้ ควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ ประมาณครึ่งถึงหนึ่งผลต่อมื้อก็เพียงพอแล้ว.



