ภาวะมีบุตรยาก ถือเป็นปัญหาสังคมไทยที่กระทบต่อโครงสร้างประชากรของประเทศ เนื่องด้วยประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย ในขณะที่เด็กเกิดใหม่ลดลง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีสถิติเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานว่าปี 2565 มีจำนวนเด็กเกิดใหม่ 502,107 ราย ลดลงจากปี 2564 ถึง 7.79%

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตระหนักถึงปัญหาภาวะมีบุตรยากดังกล่าว และได้จัด Open House คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก สร้างความเข้าใจรอบด้านให้กับผู้ที่ประสบภาวะมีบุตรยาก ทั้งสาเหตุของปัญหา แนวทางและกระบวนการรักษาในปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ รวมถึงทีมแพทย์ชำนาญการที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์และแพทย์ด้านเวชพันธุศาสตร์ ทีมบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU) ที่มีบทบาทสำคัญในกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตในเด็ก หรือภาวะโรคแทรกซ้อนต่างๆ เป็นต้น

รศ. นพ. ชาติชัย ศรีสมบัติ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการผ่าตัดด้วยกล้อง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า หากอธิบายโดยหลักง่ายๆ ของภาวะมีบุตรยาก ก็คือการที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยไม่มีการคุมกำเนิดติดต่อกันนาน 1 ปี แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ก็จะเข้าข่ายภาวะมีบุตรยาก แต่หากฝ่ายหญิงมีอายุมากหรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ก็สามารถมาปรึกษาแพทย์ได้ โดยไม่ต้องรอนานถึง 1 ปี สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฝ่ายหญิงกว่า 70% เกิดได้จากความผิดปกติของฮอร์โมน ความผิดปกติของท่อนำไข่ ความผิดปกติของภาวะมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกมีเนื้องอกที่ผิดปกติ มีซีสที่รังไข่ มีช็อกโกแลตซีส เป็นต้น โดยคนไข้หลายรายที่แพทย์รักษาได้ตรงจุด ก็สามารถตั้งครรภ์เองได้ โดยที่ไม่ต้องทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ก็มี หรือบางรายก็ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการตั้งครรภ์มากขึ้นจากการรักษาที่ต้นเหตุ

พญ. ณหทัย ภัคธินันท์ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปัจจุบันการทำ IVF ให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น มีอยู่หลายปัจจัย โดยเฉพาะทีมแพทย์ชำนาญการมากความสามารถและให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบได้ในสถานที่เดียวกัน ความน่าเชื่อถือของโรงพยาบาล มาตรฐานของห้องปฏิบัติการ ที่สำคัญเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งการตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมเพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์มากที่สุด เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งทุกปัจจัยมีผลต่อการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งบำรุงราษฎร์มีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์จากการทำ IVF ในปี 2563 – 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 90% ในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี

ผศ. นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเสริมว่าบำรุงราษฎร์มีเทคโนโลยีการตรวจยีนก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้นเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สามีภรรยาหลายคู่อาจไม่รู้ว่าตนมียีนที่ผิดปกติ ยีนแฝง หรือเป็นพาหะ ซึ่งหากแต่งงานกับคนที่เป็นพาหะด้วยกัน จะทำให้ลูกเสี่ยงที่จะเป็นโรคทางพันธุกรรมได้ถึง 25% ซึ่งปัจจุบัน เทคโนโลยีการตรวจยีนที่บำรุงราษฎร์สามารถตรวจได้มากกว่า 600 ยีนหรือ 300 กว่าโรค รวมถึงโรคที่พบได้บ่อย เช่น โรคธาลัสซีเมีย และโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ซึ่งในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว จะทำให้สามารถคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันโรคร้ายบางชนิดที่อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่ลูกได้ ปัจจุบันการตรวจยีนมีความสะดวกมากขึ้น ตรวจได้ทั้งวิธีการเจาะเลือดหรือเก็บตัวอย่างน้ำลาย ประมาณ 3-4 สัปดาห์ก็จะทราบผล เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะเกิดมาเป็นโรคทางพันธุกรรม

ปิดท้ายด้วย ผศ. พญ. ชนัญญา ตันติธรรม สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้คนไทยแต่งงานช้าลง และมีบุตรช้าลง การฝากไข่ จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ที่มักจะต้องการมีบุตรเมื่อพร้อม เพราะด้วยสภาวะเศรษฐกิจหรือเหตุผลที่ต่างกันไป ซึ่งช่วงอายุที่เหมาะกับการฝากไข่ จะอยู่ในช่วง 32-37 ปี เพราะเมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น ปริมาณและคุณภาพของเซลล์ไข่ก็จะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจมีโอกาสเกิดภาวะมีบุตรยาก เพิ่มภาวะแท้งบุตร และเสี่ยงต่อภาวะเด็กมีโครโมโซมผิดปกติ โดยในแต่ละครั้งแนะนำว่าควรเก็บไข่ให้ได้ 10-15 ใบ เพื่อที่จะได้มีโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ 1 ครั้ง ซึ่งการเก็บไข่ สามารถเก็บได้นานถึง 10 ปี และจะละลายไข่ออกมาใช้ในเวลาที่พร้อม ซึ่งก็จะคงคุณภาพได้ใกล้เคียงกับอายุตอนที่เรามาฝากไข่ สำหรับโอกาสที่ไข่จะอยู่รอดมีประมาณ 90% และเมื่อไปปฏิสนธิกับอสุจิโอกาสก็จะประมาณ 70-80%

เนื่องด้วยกระบวนการฝากไข่และแช่แข็งไข่เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน และมีความละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน โดยคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เรามีความพร้อมของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงความพร้อมของทีมห้องผ่าตัด (OR) ในกรณีที่เกิด complication ซึ่งบำรุงราษฎร์คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย (patient safety) เป็นสำคัญสูงสุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 0-2 011 2364, 0-2 011 2368 สายด่วน 090-972 2609 หรือโทร. 1378


