เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ระยอง ว่าเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติชวนขนลุกและตื่นตาตื่นใจซ้ำสอง เมื่อพบกองทัพ “ปลิงทะเลสีชมพู” จำนวนมหาศาล ถูกคลื่นทะเลซัดขึ้นมาเกยตื้นอยู่บนผืนทรายบริเวณชายหาดสวนสน ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง อีกระลอก

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดดังกล่าว พบว่าจุดที่ปลิงทะเลกองมหึมาถูกซัดขึ้นมานั้น อยู่ห่างจากจุดเดิมที่พบเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ราว ๆ 500 เมตร แต่ที่น่าตกใจคือปริมาณในครั้งนี้ หนาตาและมากกว่าครั้งแรกอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ซากปลิงทะเลที่เริ่มตายเริ่มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ อย่างไรก็ตาม ยังมีปลิงทะเลอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังมีชีวิต ลอยคอค้างอยู่ตามแนวคลื่นชายฝั่ง

ชาวบ้านในพื้นที่ ต.แกลง รายหนึ่งเปิดเผยข้อสันนิษฐานว่า ปลิงทะเลสีชมพูที่พบในวันนี้ น่าจะเป็นกลุ่มเดิมที่ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งเมื่อวันก่อน แต่ในช่วงกลางคืนเกิดน้ำทะเลหนุนจึงพัดพวกมันกลับลงสู่ทะเลกว้าง ก่อนที่กระแสน้ำและคลื่นลมแรงจะเปลี่ยนทิศ ซัดพวกมันกลับเข้ามาถล่มชายหาดอีกครั้งในตอนที่น้ำลด จนทำให้พิกัดเคลื่อนห่างจากจุดเดิมไปประมาณ 500 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากกระแสข่าวการพบปลิงทะเลสีชมพูระลอกสองแพร่สะพัดออกไป ปรากฏว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในวันหยุด พากันหลั่งไหลมามุ่งดูปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้ยากนี้กันอย่างคึกคัก พร้อมควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพและบันทึกคลิปวิดีโอแชร์ลงโซเชียลกันอย่างสนุกสนาน

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินชมและยืนถ่ายรูปอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น โดยไม่มีใครกล้าเอามือไปสัมผัสหรือหยิบจับตัวปลิงทะเลสีชมพูโดยตรง เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย และกลัวว่าอาจจะเกิดอาการแพ้ สารเคมี หรือระคายเคืองต่อผิวหนังได้

ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของการยกทัพบุกชายหาดของปลิงทะเลสีชมพูติดต่อกันถึง 2 วันซ้อน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและมรสุมคลื่นลมแรงในทะเลช่วงนี้ ซึ่งคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้ามาตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ต่อไป.