กฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืนกำลังเปลี่ยนวิธีคิดของภาคธุรกิจทั่วโลก จากเดิมที่การแข่งขันวัดกันด้วยผลประกอบการเพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ อีเอสจี (ESG) มากขึ้น ส่งผลให้ Green Finance ก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจกับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นแลกเปลี่ยนในงาน ‘Capital With Purpose 2026: Unlocking ESG Value Through Green Finance’ ซึ่ง efin Group จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดเวทีให้ผู้กำหนดนโยบาย ภาคการเงิน ตลาดทุน และภาคธุรกิจ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางนำ ESG ไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจและเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนในอนาคต

ESG แต้มต่อใหม่ธุรกิจ

‘พรเลิศ เตชะรัตโนภาส’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัด หรือ efin Group กล่าวว่า ปัจจุบัน ESG ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนและสถาบันการเงินมากขึ้น องค์กรที่บริหารความเสี่ยงได้ดี มีธรรมาภิบาล และมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน ย่อมมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่าเดิม

“คำถามของธุรกิจในวันนี้ไม่ใช่ว่าจะทำ ESG หรือไม่ แต่คือจะทำอย่างไรให้ ESG สร้างโอกาสทางธุรกิจได้จริง”

พรเลิศกล่าวว่า นักลงทุนทั่วโลกเริ่มมองไกลกว่าตัวเลขผลกำไรระยะสั้น โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทำให้ Green Finance กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแผนด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการระดมทุน การลดต้นทุนทางการเงิน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุน

ด้วยเหตุนี้ งาน Capital With Purpose 2026 จึงรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง ตั้งแต่บทบาทของภาคการเงิน ตลาดทุน ไปจนถึงแนวทางที่องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นได้จริง

ธปท. ชี้ธุรกิจต้องเร่งปรับ

‘วิทัย รัตนากร’ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิดการดำเนินธุรกิจกำลังเปลี่ยนจากการมุ่งสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นเพียงฝ่ายเดียว ไปสู่การสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ธุรกิจจึงต้องสร้างกำไรในระดับที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการดูแลผู้คนและสิ่งแวดล้อม

วิทัยฉายภาพชัดด้วยการยกตัวอย่างว่า หากไทยปรับตัวไม่ทันต่อมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) สินค้าส่งออกในกลุ่มที่เกี่ยวข้องอาจได้รับผลกระทบถึง 24% ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจผ่านโครงการ Financing the Transition วงเงินกว่า 1.6 แสนล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้ 700 ราย รวมถึงสินเชื่อโรงแรมสีเขียวกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท และโครงการ Credit Boost ที่ปล่อยสินเชื่อแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมาย 8 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

อีกทั้งยังเตรียมประกาศการใช้เงินบาทสเตเบิลคอยน์ (THB Stablecoin) และเปิดทางให้สถาบันการเงินดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศการเงินสีเขียวของประเทศ อีกด้านหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยยังเดินหน้ามาตรการจัดการบัญชีม้าและการถอนเงินสดผิดปกติ ซึ่งช่วยลดการถอนเงินสดผิดปกติลงได้ 35%

“เป้าหมายเน็ตซีโร่จะเกิดขึ้นได้จากการลงมือทำอย่างต่อเนื่องของทุกภาคส่วน เพราะการประกาศเป้าหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้” วิทัยกล่าว

SET หนุนข้อมูลตรวจสอบได้

ด้าน ‘ดร.ชาริกา ชาญนันทพิพัฒน์’ จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า ผลสำรวจนักลงทุนกว่า 300 คน ในงาน SET City พบว่า นักลงทุนให้ความสำคัญกับความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และเป้าหมายด้าน ESG ที่วัดผลได้จริง

พร้อมเสนอว่า การเตรียมพร้อมเพื่อเข้าถึงเงินทุนสีเขียวควรเริ่มจาก 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การติดตามกฎเกณฑ์ใหม่ของโลก เช่น กฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation) และ หนังสือเดินทางดิจิทัลของผลิตภัณฑ์ (Digital Product Passport) 2. การนำข้อมูล ESG มาใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ และ 3. การเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและลดความเสี่ยงจากการกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมเกินจริง (Greenwashing)

ดร.ชาริกา กล่าวต่อไปว่า การลงทุนด้าน ESG ในไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยกองทุน ESG และไทยอีเอสจี มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกันมากกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพบว่า บริษัทจดทะเบียนไทย 60% เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่มีเพียง 36% ที่ผ่านการทวนสอบโดยบุคคลที่สาม ขณะที่คะแนนเฉลี่ย FTSE Russell ESG Score ของบริษัทไทย 222 แห่ง อยู่ที่ 3.6 จาก 5 คะแนน โดยหมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเป็นด้านที่ต้องเร่งยกระดับ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผู้แทนจากธนาคาร สถาบันการเงิน และองค์กรชั้นนำของประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ Thailand Taxonomy การผลักดัน ESG จากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติ และการรับมือกับความเสี่ยงใหม่ที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญ