ตอนนี้เพื่อน ๆ คนไทยในยุโรปบ่นว่า “ร้อนยิ่งกว่าเมืองไทย” มวล อากาศร้อนจากแอฟริกาพัดสู่ใจกลางทวีปยุโรป ไอแดดแผดเผาในเวลากลางวัน ตกกลางคืนแผ่ความร้อนจนนอนไม่หลับ ผู้คนล้มป่วย เสียชีวิต และต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่

ที่ฝรั่งเศส กรุงปารีสแม้จะเร่งปลูกต้นไม้ เป็นมหานครสีเขียวลดเกาะความร้อน แต่ตอนนี้ต้องประกาศเตือนภัย “สีแดง” ใน 49 เขต ปิดโรงเรียน 845 แห่ง และให้ลดเวลาเรียนลง 1,800 แห่ง เทศกาลดนตรีกลางแจ้งถูกยกเลิกในหลายเมือง เมืองชายหาดบางเมืองออกกฎหมายใหม่ ปรับคนถอดเสื้อเดินในเมือง 150 ยูโร เพื่อควบคุมพฤติกรรม และสุขอนามัย
ที่สหราชอาณาจักร กรุงลอนดอน ออกประกาศเตือนภัย “คลื่นความร้อนที่มีความชื้นสูง” เหมือนอยู่ในเตาอบ การรถไฟประกาศจำกัดความเร็ว ลดเที่ยววิ่ง เพื่อลดความร้อนของรางเหล็ก ขบวนรถไฟใต้ดินระอุเหมือนอยู่ในตู้เซาน่า

ที่เบลเยียม กรุงบรัสเซลส์ ร้อนแบบ “หม้อต้ม” ประกาศนำร่องโครงการ “อนาคต 40 องศา” ทันทีไม่รอช้า ขณะที่การรถไฟต้องปรับตารางเดินรถใหม่หมด เนื่องจากความเสี่ยงของราง และในช่วงเวลาที่ไฟฟ้ามีไม่พอเพราะคนเปิดแอร์
ที่โปรตุเกส และสเปน ผู้คนบ่นว่าร้อนจัดเหมือน “นรกบนดิน” ทั้งร้อน ทั้งแห้ง และไม่มีลม งดเล่นกีฬากลางแจ้ง เฝ้าระวังป่าไม้ทางตอนเหนือแล้งจนใบไม้กรอบร่วงหล่นติดไฟง่าย บางพื้นที่เกิดไฟป่ารุนแรงขยายวงกว้าง
แม้กลางวันจะร้อนจนเดือดแล้ว ตกกลางคืนกำแพงบ้านที่หนาช่วยเก็บความร้อนช่วงหน้าหนาว คายความร้อนที่เก็บไว้ออกมาจนนอนไม่ได้ เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Tropical Night ค่ำคืนเขตร้อน” โดยเฉพาะบ้านพักคนชราซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีแอร์ ทำให้ผู้สูงอายุเป็น Heat Stroke ป่วย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ที่เยอรมนี ค่าซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้าราคาสูงขึ้น 30% และ ที่ฝรั่งเศสโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ต้องหยุดเดินเครื่องเพราะน้ำในแม่น้ำเหือดแห้งเสี่ยงต่อระบบระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์
อีกไม่นานคลื่นความร้อนนี้จะลงทางซีกโลกใต้ อเมริกาใต้ แถบอเมซอนจะเจอ “ภัยแล้งร้อนสุดขั้ว” ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และคาดว่าหมู่เกาะทะเลใต้ ออสเตรเลีย และอินโดนีเซียปีนี้จะเป็น “หมู่เกาะทะเลเดือด”
สุดท้ายช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า คนไทยจะพบกับภัยแล้งครั้งใหญ่ มีฤดูหนาวที่อบอุ่นใจ “การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน” ต้องคำนวณใหม่ และจัดการเก็บไว้ให้พอตั้งแต่ตอนนี้ ใช้สถิติเดิมไม่ได้ ต้องเพิ่มปัจจัย Super El Nino เข้าไปด้วย.



