เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ว่า ศูนย์ปฏิบัติการติดตามการต่อต้านการทุจริตของกรุงเทพมหานคร ได้รายงานผลดำเนินการตั้งแต่ปี 2564-2566 มีจำนวน 390 เรื่อง และนับตั้งแต่วันเปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 -27 ก.พ. 66 มีการร้องเรียนผ่านทราฟฟี่ฟองดูร์ 11 เรื่อง ร้องผ่านผู้บริหาร 6 เรื่อง

โดยส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาแล้ว 1 เรื่อง เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว และในวันที่ 28 ก.พ. จะส่ง ป.ป.ช. อีก 1 เรื่อง เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวม และได้ข้อยุติซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับเทศกิจ 2 เรื่อง ส่วนอีก 10 กว่าเรื่อง คณะทำงานทั้ง 3 คณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล

นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องการทุจริตได้มีนโยบายให้ทำโปร่งใส ยุติธรรมและสื่อสารคนในองค์กรทราบว่าเราทำจริงจัง จริงๆ ไม่อยากจับคนของเราหรอก แต่อยากให้ทุกอย่างโปร่งใส เป็นมาตรการกระตุ้นเตือนอย่าทำผิด นอกจากนี้ต้องเน้นสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจจุดที่แจ้งเหตุมีที่ไหนบ้าง ท้ายสุดพลังสุดท้ายให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมสร้างกรุงเทพฯ ให้โปร่งใส ซึ่งทำสำเร็จแล้วจากการร้องเรียนผ่านทราฟฟี่ฟองดูร์ ซึ่งมีคนแจ้งเรื่องประมาณ 2.4 แสนเรื่อง แก้ไขแล้ว 1.7 แสนเรื่อง

นายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัด กทม. กล่าวถึงกรณีการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์แลกกับตำแหน่งพนักงานขับรถเก็บขนขยะ เขตลาดพร้าวว่า นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม.ได้สั่งให้ย้ายเข้ามาช่วยราชการที่ส่วนกลาง และตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัย ส่วนเรื่องอาญา ทางศูนย์ปฏิบัติการติดตามการต่อต้านการทุจริตของกรุงเทพมหานคร จะเดินหน้าต่อ สำหรับภาพรวมเรื่องอื่นๆ จะเสนอความเห็นของคณะกรรมการฯ แต่ละชุดเข้าสู่คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตชุดใหญ่ มีผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน ในการประชุมวันที่ 2 มี.ค. นี้.