สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่า นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ แถลงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับแผนการจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์กจากสหรัฐ เป็นจำนวน 400 ลูก โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “ความอ่อนไหวทางทหาร”
อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนนี้ กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นออกรายงาน เกี่ยวกับการเตรียมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 211,300 ล้านเยน (ราว 54,414.87 ล้านบาท) เพื่อการจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์ก สำหรับปีงบประมาณถัดไป
Japan to purchase 400 Tomahawk missiles from UShttps://t.co/5kIGg76AOT
— The Defense Post (@DefensePost) February 27, 2023
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยัน การเดินหน้าแผนการ เพิ่มสัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณกลาโหม ให้ถึง 2% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศจากเอเชียที่ร่วมเป็นพันธมิตร
ปัจจุบัน มูลค่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมของญี่ปุ่นมีสัดส่วนอยู่ที่ระดับ 0.95-1% ของจีดีพี และเป็นเช่นนี้มาเป็นเวลานานกว่า 1 ทศวรรษแล้ว.
เครดิตภาพ : AFP



