เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าฯกทม.ในพื้นที่เขตหลักสี่ โดยมี นางสมฤดี ลันสุชีพ ผอ.เขตหลักสี่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตหลักสี่ ชาวชุมชนพัชราภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
โดยคณะเริ่มจากการตรวจเยี่ยมต้นแบบการคัดแยกขยะ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ โดยตั้งวางถังรองรับขยะแยกประเภท ได้แก่ ถังขยะทั่วไป (สีน้ำเงิน) ถังขยะเศษอาหาร (สีเขียว) ถังขยะรีไซเคิล (สีเหลือง) ถังขยะอันตราย (สีส้ม) ถังขยะติดเชื้อ (สีแดง) จากนั้นดำเนินการคัดแยกตามขั้นตอน ซึ่งปริมาณขยะก่อนคัดแยกรวมทั้งหมด 3,150 กิโลกรัม/เดือน (ข้อมูลเดือนมกราคม 2566) ขยะทั่วไป หลังคัดแยก 915 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิล หลังคัดแยก 1,575 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์ หลังคัดแยก 570 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตราย หลังคัดแยก 60 กิโลกรัม/เดือน ขยะติดเชื้อ หลังคัดแยก 30 กิโลกรัม/เดือน

ต่อด้วยการติดตามการจัดเก็บภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร สำหรับน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกัน น้ำมันดีเซลและน้ำมันที่คล้ายกัน และก๊าซปิโตรเลียม ด้วยระบบ OIL TAX และระบบสารสนเทศภาษีท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร หรือระบบ BMA TAX MAP ในพื้นที่เขตฯ มีประเภทกิจการ ดังนี้ น้ำมัน 12 แห่ง ก๊าซปิโตรเลียม NGV 1 แห่ง ก๊าซปิโตรเลียม LPG 1 แห่ง น้ำมันและก๊าซ 1 แห่ง รวมทั้งสิ้น 15 แห่ง พร้อมทั้งสอบถามปัญหาอุปสรรคในการจัดเก็บภาษีรายได้ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และให้คำแนะนำในการจัดเก็บภาษีรายได้ ตลอดจนการจัดส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้เสียภาษี เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปตามกรอบเป้าหมายที่กำหนดไว้

ต่อมา คณะได้ลงพื้นที่ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โซน C เจ้าของโครงการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ผู้รับเหมางานก่อสร้างอาคาร บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ความสูง 11 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ.2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งโครงการก่อสร้างดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

เยี่ยมต้นแบบการคัดแยกขยะ ชุมชนพัชราภา ซอยวิภาวดีรังสิต 70 พื้นที่ 30 ไร่ มีประชากร 624 คน จำนวน 259 หลังคาเรือน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกรวมทั้งหมด 1,200 กิโลกรัม/เดือน (ข้อมูลเดือนมกราคม 2566) ขยะทั่วไป หลังคัดแยก 204 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิล หลังคัดแยก 360 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์ หลังคัดแยก 600 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตราย หลังคัดแยก 35 กิโลกรัม/เดือน ขยะติดเชื้อ หลังคัดแยก 1 กิโลกรัม/เดือน
ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แพลนท์ปูน แห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 1 ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 ตามที่ราชการกำหนด ซึ่งนายจักกพันธุ์ ได้กำชับผู้ประกอบการให้ฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ตลอดเวลา ล้างทำความสะอาดพื้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้มีฝุ่นปูนหรือเศษหินเศษทรายตกค้าง นอกจากนี้ เขตฯ ยังได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สำรวจพื้นที่ Hawker Center (ศูนย์อาหาร) บริเวณซอยวิภาวดีรังสิต 62 ซึ่งบริเวณดังกล่าวสามารถรองรับผู้ค้าได้ 15-20 ราย ปัจจุบันมีผู้ค้า 6 ราย ใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาจอดขาย 5 ราย ตั้งโต๊ะขายอาหารสำเร็จ 1 ราย เวลาทำการค้าตั้งแต่ 10.00 น.-14.00 น. ทั้งนี้ได้มอบหมายให้เขตฯ สำรวจพื้นที่ซึ่งมีความเหมาะสม พิจารณายุบรวมจุดที่มีผู้ค้าจำนวนน้อยราย โดยให้มาทำการค้าในจุดเดียวกัน อย่างไรก็ตามการจัดระเบียบผู้ค้า จะต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ค้าให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวม ที่สำคัญผู้ค้าและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ของทางเท้าร่วมกันได้อย่างสะดวกและปลอดภัย



