เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ร่วมกิจกรรมการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ภูมิภาค : ภาคใต้ “มรดกอารยธรรม ลุ่มน้ำปัตตานี ศิวิไลซ์ล้ำค่า ลังกาสุกะ” ณ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายการุณ สกุลประดิษฐ์ กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลด้านการศึกษา นายโอฬาร บินสัน นายอำเภอเมืองปัตตานี ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามจังหวัดชายแดนใต้ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นายครรชิต มนูญผล อดีตศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ และคุณปัทมาวดี ปานทอง (พี่ดี้) ดารานักแสดง รวมถึง ผอ.สวก. ผอ.สทศ. ผอ.สบว. ผชช. รอง ผอ.สวก รอง ผอ.สทศ. และทีมจาก สวก. สทศ. ศนฐ. สบว. โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากร และนักเรียน จากโรงเรียนในสังกัด สพป.ปัตตานี เขต 1-3 ยะลา และนราธิวาส จำนวนกว่า 1,500 คน และมีนิทรรศการ 41 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า จากการร่วมกิจกรรมดังกล่าว ตนขอชื่นชมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้กับเด็ก ๆ เยาวชนของเราได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ศธ. และเลขาธิการ กพฐ. ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นรากฐานของการเรียนรู้ในปัจจุบันเพื่อก้าวไปสู่การพัฒนารอบด้านในอนาคต โดยสิ่งที่ขอฝากคือ แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ใกล้โรงเรียนสามารถนำมาเป็นสื่อการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้ เสมือนกับเป็นห้องเรียนรวมรายวิชาที่สามารถให้นักเรียนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างง่าย ช่วยพัฒนาเด็กให้เกิดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และสิ่งสำคัญคือ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ที่ต้องบ่มเพาะให้นักเรียน ซึ่งจะเห็นได้จากจังหวัดชายแดนใต้ ที่แสดงให้เห็นว่า 3 วัฒนธรรม (ไทย จีน มลายู) ที่สวยงามมีคุณค่า อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
“สิ่งที่ขอชื่นชมคือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในเชิงประจักษ์ของจังหวัดปัตตานี ซึ่งมี สพท. ผอ.สถานศึกษา ครู และเครือข่ายที่สำคัญอย่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และนายอำเภอ ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเข้มแข็ง โดยมีหลักสูตรท้องถิ่น “ปัตตานี เฮอริเทจ” ที่แสดงถึงวิถีประเพณี วัฒนธรรมของทั้งจังหวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทุกโรงเรียนที่จัดนิทรรศการ จะมีการบูรณาการหลากหลายวิชาออกมาเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่แสดงถึงวัฒนธรรม ประเพณี นำมาจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนต่อยอด Active Learning นำคุณค่าที่บรรพบุรุษสร้างไว้ มาสร้างมูลค่าให้คงอยู่ต่อไป เช่น การทำน้ำบูดูแท่ง ของโรงเรียนสายบุรี (แจ้งประชาคาร) ผลิตภัณฑ์ขนม
งาแน ขนมตูปะ ขนมอาเกาะ และนาซิดาแฆ ที่ใช้ในประเพณีการแต่งงาน และงานมงคลต่าง ๆ หรือ ขนมลา ขนมพอง ขนมดีซำ หรือขนมเจาะหู ที่ใช้ในประเพณีชิงเปรต เป็นต้น
ทางด้านโรงเรียนในพื้นของจังหวัดปัตตานี ก็สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างสมบูรณ์ ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ด้วย Active Learning อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรงเรียนบ้านคาโต ซึ่งทุกโรงเป็นโรงเรียนที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานการนำไปสู่การต่อยอด Active Learning ดึงแหล่งเรียนรู้ ปราชญ์ชุมชนลดภาระนักเรียน รวม 3 เป้าหมายหลักสูตรชาติเข้าด้วยกัน กลายมาเป็นทักษะอาชีพ ทักษะชีวิตได้อย่างดีมีคุณภาพ นักเรียนสนุกกับการเรียนรู้ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้โรงเรียนอื่น ๆ นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตัวเองได้ต่อไป ” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว
.
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การแสดงขบวนบุหงาซีเระ และการแสดง “ปาตานี เลิศล้ำคู่วัฒนธรรมมลายู” พร้อมบรรเลงดนตรีจากวงออเคสตร้า โดย นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ, การแสดงชุดมรดกอารยธรรม ลุ่มน้ำปัตตานี และการแสดงดิเกอูลู คณะอาเนาะปูยู จำนวน 84 คน รวมถึงกิจกรรมเสวนาเรื่อง “ความงามแห่งวิถีชุมชน มนต์เสน่ห์แห่งเมืองใต้ ในพหุวัฒนธรรม” โดย คุณดี้-ปัทมา ปานทอง ดารานักแสดง คุณดอเลาะ เจ๊ะแต ปราชญ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน คุณครูอับดุลเลาะห์ กอแต ครูโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ปัตตานี นางสาวสุชาดา บางขุนทด นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ปัตตานี ดำเนินรายการ โดย คุณภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผอ.สบว.สพฐ. และคุณจรูญศรี แจบไธสง รอง ผอ.สวก.สพฐ.
ด้าน ครูอับดุลเลาะห์ กอแต ครูโรงเรียนเบญจมราชูทิศ กล่าวว่า ได้จัดการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์ โดยการพานักเรียน ทบทวนและสำรวจตนเองว่าเป็นใคร และนำพาไปรู้จักชุมชน ชื่อกิจกรรม เดินเมือง ตามเส้นทางประวัติศาสตร์ของปัตตานี จากนั้นพาให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้โดยการทำแผนที่เดินดิน โดยให้บอกเล่าสิ่งที่ค้นพบ และประทับใจ ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจคือ ร้านหนังสือที่เป็นอิสลาม ซึ่งอยู่ในพื้นที่เช่าของวัดมานานแล้ว ทำให้ได้คิดว่า การที่ร้านหนังสืออิสลามและวัดนั้น อยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความหลากหลาย และให้นักเรียนนำประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ได้รับมาต่อยอดว่า อยากจะออกแบบปัตตานีที่อยากจะเห็นในอนาคตนั้นเป็นอย่างไร นี่คือกระบวนการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ขณะที่ นางสาวสุชาดา บางขุนทด นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ กล่าวว่า ถึงตนไม่ได้เกิดที่นี่แต่ก็เติบโตที่นี่ ซึ่งได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง รู้สึกถึงความอบอุ่นในวัฒนธรรมของปัตตานี พอได้ลองมาสัมผัสจริง ๆ แล้ว มันเป็นความกลมกล่อม ที่เรามีความเชื่อ ศาสนาที่หลากหลาย และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่น ในห้องเรียน ที่มีนักเรียนทั้งศาสนา พุทธ คริสต์ มุสลิม แต่ทำไมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นั่นคือพวกเราไม่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของโรงเรียนในสังกัด สพป.ปัตตานี เขต 1-3 และ สพป.ยะลา เขต 1 โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 “มรดกอารยธรรมลุ่มน้ำปัตตานี” กลุ่มที่ 2 “ศิริไลซ์ล้ำค่า ลังกาสุกะ” กลุ่มที่ 3 “การขับเคลื่อนประวัติศาสตร์โดยการสร้างนวัตกรรม” และกลุ่มที่ 4 “การขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมือง” และกิจกรรม “ศึกษาแหล่งเรียนรู้ : เส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองปัตตานี” ซึ่งประกอบด้วยแหล่งเรียนรู้ 4 จุด คือ วัดตานีนรสโมสร สถานที่ที่โรงเรียนและวัดไม่มีรั้วมากางกั้น เรียนรู้ทั้งในรายวิชาและกิจกรรม อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข, ศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว ศูนย์รวมความศรัทธา แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่นำคุณธรรมมาใช้เป็นเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต, มัสยิดกรือเซะ ศาสนสถานที่ผ่านยุคสมัย เป็นแหล่งรวมใจของชาวบ้าน รวมทั้งโดยรอบเป็นชุมชนมุสลิมที่อบอุ่น มีน้ำใสใจจริง ในการสร้างสันติสุข และมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ศาสนสถานที่สวยงาม สมญาทัชมาฮาลเมืองไทย แหล่งรวมศรัทธา และแหล่งเรียนรู้ที่เป็น Landmark ของจังหวัดปัตตานี.



