หลังจากยืดเยื้อมานานกลายเป็น “บิ๊กดีล” ในแวดวงธุรกิจโทรคมนาคม ที่ลากยาวมาเป็นเวลาปีกว่าแล้ว สำหรับกรณีการควบรวม “ทรู-ดีแทค” สองบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ ที่จับมือประกาศควบรวมและก็ยื้อมา 15 เดือน หลังผู้บริหารสองค่าย ออกมาประกาศดำเนินการควบรวมบริษัทอย่างเป็นทางการ เมื่อ 22 พ.ย. 64
1 มี.ค. 66 ควบรวมเสร็จสมบูรณ์แล้ว
มาจนถึงวันนี้ (1 มี.ค. 66) การควบรวม ของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้ดำเนินการควบรวม เป็นบริษัทใหม่ร่วมกันเสร็จสมบูรณ์แล้ว!?!
หลังได้ยื่นดำเนินการจดทะเบียนบริษัท จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ อย่างเป็นทางการเรียบร้อย และได้หนังสือรับรองบริษัทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ “บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 66
หลังจากเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา และทรู และดีแทค ได้มีมติให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นร่วม ครั้งที่ 2 และได้เห็นชอบอนุมัติเรื่องเกี่ยวกับการตั้งบริษัท อาทิ ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น และทุนชำระแล้วของบริษัทใหม่

ตั้ง “มนัสส์” ประธานผู้บริหาร
นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทใหม่ ได้มีมติแต่งตั้งนายมนัสส์ มานะวุฒิเวช เป็นประธานคณะผู้บริหาร และนายชารัด เมห์โรทรา เป็นรองประธานคณะผู้บริหาร อย่างเป็นทางการเรียบร้อย มีผลในวันที่ 1 มี.ค. และในวันที่ 2 มี.ค. ผู้บริหารทั้งสองราย มีกำหนดแถลงข่าว ถึงทิศทางของบริษัทใหม่ ในเวลา 13.30 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ก่อนที่จะนำหุ้นเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นวันแรกในวันที่ 3 มี.ค.นี้ ในชื่อหุ้น TRUE ซึ่งต้องดูว่าผู้บริหารจะมีทิศทางการบริหารงานบริษัทใหม่อย่างไรต่อไป?
ปิดฉาก 33 ปี พนักงานโพสต์โซเชียล
พลันที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อย ถือเป็นการปิดฉากชื่อ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ หลังดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 33 ปี หรือก่อตั้งแต่ 31 ส.ค. 2532 ซึ่งในวันนี้ (1 มี.ค.) เหล่าพนักงานของดีแทค ต่างถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ถึงการทำงานวันสุดท้ายในนามดีแทค ก่อนที่วันที่ 2 มี.ค. จะเป็นการทำงานในบริษัทใหม่ ซึ่งพนักงานบางคนมีความผูกพันกับบริษัทเก่า ที่ร่วมทำงานมากว่า 30 ปี
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้กำหนดให้การควบรวมครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทต้องคงแบรนด์เดิมเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งทั้งสองบริษัท ยืนยันว่า ผู้ให้บริการของทรูและดีแทค ยังยังคงได้รับบริการและโปรโมชั่นต่าง ๆ เหมือนเดิม

ผลประกอบการปี 65 ทรูขาดทุน ดีแทคกำไร
เมื่อส่องผลประกอบการของบริษัทเก่า คือ ทรู ในปี 65 ปี กลุ่มทรูมีรายได้รวม 135,076 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการ 103,845 ล้านบาท ลดลง 2.3% โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 18,285.2 ล้านบาท ติดลบ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน ดีแทค ในปี 65 มีกำไรสุทธิ 3,119 ล้านบาท ลดลง 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่ในส่วนของคู่แข่ง คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ทำรายได้รวม 185,485 ล้านบาท เติบโต 2.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 26,011 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
คงต้องจับตากันต่อว่า แม้การควบรวมจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่า ยังมีคดีฟ้องร้องค้านการควบรวมระหว่างสองบริษัทที่อยู่ในศาลอยู่ แม้ศาลจะไม่สั่งคุ้มครองฉุกเฉิน แต่ก็ต้องผลการตัดสินของศาลปกครองอยู่ว่า จะออกมาในรูปแบบใด!?!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



