สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ในโอกาสเยือนกรุงมะนิลาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพุธ


หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศหารือร่วมกัน แน่นอนว่าคือสถานการณ์ในภูมิภาคเกี่ยวกับเมียนมา โดยอันวาร์แสดงความชื่นชมต่อท่าทีของรัฐบาลมะนิลา ที่เน้นย้ำความสำคัญของฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพในเมียนมา ที่สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) บรรลุฉันทามติร่วมกัน เมื่อเดือน เม.ย. 2564 และทุกภาคส่วนยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย “ปฏิบัติตามอย่างจริงจัง”

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ นำนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่ทำเนียบมาลากันยัง ในกรุงมะนิลา


อย่างไรก็ดี ผู้นำมาเลเซียกล่าวว่า อาเซียนควรร่วมกัน “แสวงหาและกำหนดแนวทางใหม่” เพื่อ “การโน้มน้าวอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้” ในการให้รัฐบาลทหารเมียนมาดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ เนื่องจากวิกฤติการณ์ในเมียนมา ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันรัฐประหาร 1 ก.พ. 2564 “ไม่ใช่สถานการณ์ภายในอีกต่อไป” แต่ “ส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค”


ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนประชุมร่วมกันครั้งแรกของปีนี้ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำหน้าที่ประธานอาเซียนประจำปี ยังคงยืนยันว่า ฉันทามติ 5 ข้อ เป็นแนวทางการทูตที่มีความสำคัญอย่างมากต่ออาเซียน ซึ่งต้องการคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดในเมียนมา “ด้วยความเป็นเอกภาพและสมานฉันท์” ทว่ายังไม่มีการกำหนดแนวทางร่วมกันอย่างชัดเจนว่า แล้วอาเซียนจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้แผนการคืบหน้า.

เครดิตภาพ : REUTERS