สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่า ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จำนวนเด็กแรกเกิดของประเทศในปี 2565 อยู่ที่ 799,728 คน ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 5.1% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุด นับตั้งแต่มีการเริ่มเก็บบันทึก เมื่อปี 2442 ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 1.58 ล้านคน ในช่วงเวลาเดียวกัน
การเกิดที่ลดลงนั้นหมายความว่า ญี่ปุ่นจะมีแรงงานและผู้เสียภาษีน้อยลง สำหรับการประคับประคองเศรษฐกิจในอีกหลายปีข้างหน้า อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสัดส่วนของประชากรที่สูงกว่าในประเทศอื่น กำลังทำให้เงินกองทุนของประเทศหมดไป และอาจส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศมีหนี้สินมากที่สุดในโลกได้
The number of babies born in Japan in 2022 fell to a record low for the seventh consecutive year, dropping below 800,000 for the first time since records began in 1899. https://t.co/HOhsSAQmCy
— The Japan Times (@japantimes) March 1, 2023
“พวกเรายอมรับว่า อัตราการเกิดที่ลดลงเป็นสถานการณ์วิกฤติ” นายโยชิฮิโกะ อิโซซากิ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา “ผมมีความเข้าใจว่า ปัจจัยต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ทำให้ตัวบุคคลไม่สามารถตระหนักถึง ความหวังในการแต่งงาน, การมีบุตร และการเลี้ยงดูบุตรของพวกเขา”
ทั้งนี้ รัฐบาลโตเกียวพยายามเพิ่มกำลังแรงงาน โดยสนับสนุนให้ผู้หญิงทำงานมากขึ้น และรับผู้อพยพบางส่วนเข้ามา ซึ่งนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเด็ก และครอบครัวของพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้น อิโซซากิกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะวางนโยบายเกี่ยวกับบุตรและการเลี้ยงดูบุตร และจะนำเสนอกรอบการทำงานภายในเดือน มิ.ย. นี้ เพื่อเพิ่มงบประมาณที่จัดสรรให้กับพวกเขาเป็น 2 เท่า.
เครดิตภาพ : REUTERS



