เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่โรงแรมสุโกศล เขตราชเทวี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอเชิงนโยบายด้านเด็กและเยาวชน โดยมีผู้แทนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร สภาเมืองคนรุ่นใหม่ สำนักอนามัย สำนักการศึกษา สำนักพัฒนาสังคม และสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว เข้าร่วม

นายศานนท์ กล่าวว่า ศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว (คิด for คิดส์) ร่วมกับ สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเมืองคนรุ่นใหม่ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์ความรู้นโยบายสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลง (101 Public Policy Think Tank – 101 PUB) กำหนดจัดเวทีรับฟังความเห็นต่อร่างข้อเสนอเชิงนโยบายด้านเด็กและเยาวชนขึ้น เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์และร่างข้อเสนอเชิงนโยบายด้านเด็ก และเยาวชน พร้อมรับฟังและระดมความคิดเห็นจากภาคีเครือข่ายและหน่วยงานของ กทม. จะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติต่อไป

สำหรับในปี 2565 ที่ผ่านมา คิด for คิดส์ ได้จัดทำรายงานสถานการณ์เด็ก เยาวชน และ ครอบครัวประจำปี เพื่อประมวลประเด็นปัญหาสำคัญที่เด็กและครอบครัวไทยกำลังเผชิญ พร้อมกับจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-25 ปี ทั่วประเทศ จำนวน 20,000 คน พบว่า ช่วงปี 2564-2565 เด็กและครอบครัวไทยเผชิญวิกฤติ 3 ด้าน ได้แก่ วิกฤติโควิด-19 วิกฤติความเหลื่อมล้ำและการพัฒนา และวิกฤติสังคมและการเมือง รวมทั้งเยาวชนที่ตอบแบบสอบถามยังระบุว่า ประเด็นสุขภาพจิต การมีส่วนร่วมทางการเมือง การศึกษาและการเรียนรู้ เป็นประเด็นที่พวกเขาให้ความสำคัญและมีความจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข

ดังนั้น จึงจัดทำร่างข้อเสนอเชิงนโยบายด้านเด็กและเยาวชน 3 ประเด็น คือ 1.การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของเยาวชน 2.สวัสดิการเด็กและครอบครัวแบบรอบด้าน และ 3.การส่งเสริมพื้นที่เรียนรู้-เล่นอย่างอิสระ โดยพัฒนาข้อเสนอผ่านการรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ การสำรวจความเห็น การพูดคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนการหารือและรับฟังความเห็นจากภาคีเครือข่ายด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัวทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้ข้อเสนอเชิงนโยบายเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนสู่นโยบายระดับชาติ เริ่มต้นจากการพัฒนาความร่วมมือเชิงนโยบายกับ กทม.

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่ได้รับในวันนี้จะส่งให้ผู้อำนวยการสำนักที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณา ซึ่งหลายข้อตรงกับนโยบายของ กทม. ขณะนี้อยากทำให้มีการเลือกตั้งสภาเมืองคนรุ่นใหม่เกิดขึ้น โดยสภาเมืองคนรุ่นใหม่ จะดำเนินการเช่นเดียวกับการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และจะเปิดโอกาสให้สภาคนรุ่นใหม่ได้เข้าพบฝ่ายบริหาร ทุก 3 เดือน รวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติหรือสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้เรื่องที่นำเสนอสามารถกำหนดเป็นนโยบายได้ โดยกำหนดให้เข้าพบทุก ๆ 3 เดือน เพื่อให้เกิดการติดตามและให้เห็นความคืบหน้า ซึ่งตั้งเป้าใน 4 ปี ต้องทำให้เกิดสภาคนรุ่นใหม่นี้ให้ได้.