ไม่ใช่พี่น้องที่คลานตามกันออกมา แต่สองสาวไซซ์มินิที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน “แจน-ศิรนุช โรจนเสถียร” รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เอไอเอ ประเทศไทย และ  “จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา” เจ้าของธุรกิจปูดองอันยอง และร้านขนมเขนิม ขายขนมโฮมเมดผ่านทางออนไลน์ กลับมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน รักและผูกพันกันเหมือนพี่สาวและน้องสาวสายเลือดเดียวกัน

คุณแจน เล่าว่า เราทั้งคู่เจอกันเมื่อ 10 ปีผ่านมา จากการไปร่วมงานอีเวนต์งานหนึ่ง และมีโอกาสเจอกันอีกหลายครั้งตามงาน เจอกันบ่อยๆ เข้า พูดคุยกันมากขึ้นทำให้รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก ก็เลยแลกเบอร์โทรศัพท์กัน และติดต่อกันเรื่อยมา มีไปกินข้าวด้วยกัน แฮงก์เอาต์กันบ้างตามประสาสาวๆ และจากการที่ได้พบและพูดคุยกันทำให้เริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกันมากขึ้น ถือเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทมากที่สุด เพราะจะว่าไปแล้วช่วงที่คบกันก็ผ่านหลายๆ เหตุการณ์มาด้วยกัน อย่างช่วงเวลาที่ต่างคนต่างอกหัก ต่างฝ่ายก็ต่างปลอบโยนซึ่งกันและกัน

ฝ่ายคุณจุ๋ยยิ้มรับกับสิ่งที่คุณแจนได้เล่ามาทั้งหมดและเสริมว่า ระหว่างที่คบกันรู้สึกว่าพี่แจนเป็นพี่สาวๆ จริงๆ เพราะพูดคุยและปรึกษาได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องความรัก เรื่องการงาน เรื่องเพื่อน รวมทั้งเรื่องครอบครัว พี่แจนเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เวลามีปัญหาอะไรมา พี่แจนไม่เคยทำให้ผิดหวังมีทั้งคำแนะนำและคำปลอบโยนให้เสมอๆ จุ๋ยรู้สึกว่าพี่แจนเป็นไอดอลของเรา เขาเป็นคนเก่ง ทำงานเก่ง เข้มแข็ง ด้วยความที่เราสนิทกัน คบกันมานาน ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ทำให้เรารู้สึกว่าทำไมผู้หญิงคนนี้เก่งจัง บางเรื่องราวบางสถานะที่เรารับรู้ เขาสามารถผ่านมาได้ ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเป็นผู้หญิงที่เก่ง จุ๋ยเป็นคนขี้เกรงใจมากๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยปรึกษาใคร แต่จุ๋ยคิดว่าเมื่อใดที่มีปัญหา หรือวันหนึ่งเราล้ม มั่นใจว่าพี่แจนคือ คนหนึ่งที่จะอยู่กับเรา ช่วงที่จุ๋ยเลิกกับแฟน พี่แจนก็ไปหอบหิ้วมานอนบ้าน ให้คำปรึกษาและแนะนำสิ่งที่ดีๆ ให้

ทันที่ที่คุณจุ๋ยพูดจบคุณแจนกึงกับน้ำตาซึมซึ้งใจในคำพูดและความรู้สึกของน้องสาวต่างวัยที่มีให้เพราะตัวเองก็เป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตหมดแล้ว และยังบอกด้วยว่า สิ่งที่ทำให้เราทั้งคู่สนิทกัน อาจเป็นเพราะนิสัยใจคอที่คล้ายกัน มองโลกคล้ายกัน แจนรู้สึกชื่นชมจุ๋ยที่เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว แต่ดูแลครอบครัวอย่างดี เป็นหัวหน้าครอบครัว เสาหลักของบ้าน ดูแลแม่ ดูแลน้อง มีหัวในการทำธุรกิจ ซึ่งตรงนี้คล้ายเราเพราะเราก็ทำงานมาตั้งแต่เด็ก เราทั้งคู่มีนิสัยพูดตรงๆ เหมือนกัน ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ และอีกอย่างเราชอบทำบุญเหมือนกัน ช่วงโควิดแจนมีไปบริจาคสิ่งของตามโรงพยาบาลสนาม จุ๋ยก็มีไปทำบุญของเขา เน้นลงพื้นที่ไปในที่ๆ มีผู้คนลำบากจริงๆ จุ๋ยก็มาเล่าให้ฟัง แจนก็จะบอกไปว่าแบบนั้นแจนไม่สามารถไปได้ ก็ส่งกำลังใจ ส่งเงินไปร่วมกับเขานอกจากนี้ยังมีเรื่องรสนิยมที่คล้ายกัน การแต่งตัว เรื่องเสื้อผ้า บ้างครั้งมีการยืมกันใส่ก็เคยมาแล้ว

แจนเล่าว่า จุ๋ยเป็นคนที่ไม่ค่อยเล่าปัญหาอะไรให้ใครฟัง ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บางครั้งก็มีเรื่องมีปัญหารุมเร้ามากมาย  แต่เป็นคนที่เข็มแข็งมาก และบ่อยๆ ที่นำปัญหาหรือสิ่งที่พบเจาะจงมาเล่าให้เราฟัง จึงรู้สึกดีใจมากๆ ที่น้องไว้ใจ แจนว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่ญาติ แต่เป็นความสัมผันธ์ที่โตมาด้วยกัน แม้อายุห่างกัน พัฒนามาด้วยกัน เรียนรู้กันมาสารพัดอย่าง โดยผ่านช่วงเวลาของการอกหัก แจนอกหักน้องก็มาดูแล น้องอกหักแจนก็ไปดูแล และพอเริ่มเข้าสู่จังหวะเราแต่งงานเขาก็เต็มที่กับทุกอย่าง จนมีลูก ก็มาดูแลลูกมาเล่นกับหลาน ซื้อของให้หลานอย่างสม่ำเสมอ

วันนี้ความสัมพันธ์ของ 2 สาวพลังบวกเดินทางมากว่า 10 ปี แต่เป็น 10 ปีที่ทั้งคู่รู้สึกว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและมิตรภาพที่ดีมากๆ ที่สำคัญทุกอย่างยังเหมือนเดิม คุณแจน บอกว่า บางช่วงที่ตัวเองงานยุ่งไม่ได้คุยกัน แต่ก็ไม่เคยทิ้งระยะนานมาก พอมาคุยกันก็ต่อกันติดเสมอ ทุกวันนี้คุยกันเกือบทุกวัน ยิ่งช่วงนี้โควิดระบาดหนักมากยิ่งทำให้ไม่ได้เจอกันเลย ช่วงนี้ก็ห่วงน้องเหมือนกันเพราะทำธุรกิจปูดองอันยอง have a seat ร้านอยู่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เจอพิษโควิดก็ทำให้ชะงักไปเหมือนกัน ตอนนี้กำลังจะออกจากเซ็นทรัลลาดพร้าว เปิดเป็น cloud kitchen ก็คอยส่งกำลังใจให้น้องเสมอ

“ในฐานะที่แจนเป็นพี่ก็มีเรื่องให้ห่วงน้องอยู่บ้าง เอาจริงๆ ไม่ห่วงเรื่องการใช้ชีวิตเพราะรู้ว่าเขาเก่งเอาตัวรอดได้ ไม่ห่วงเรื่องการงานเพราะเขามีหัวคิดเป็นนักธุรกิจ แต่ห่วงเรื่องคู่หรือคนที่จะเข้ามาในชีวิตมากกว่า อยากให้น้องเจอคนดีๆมาซัพพอร์ตจิตใจ แต่ถ้าเจอคนไม่ดีก็ไม่ต้องมีดีกว่า ที่อยากให้เจอคู่ดีๆ เพราะเขาดูแลทุกคน ก็อยากให้มีคนดีๆ มาดูแล” ความรู้สึกของพี่สาวต่างสายเลือดที่มีแต่ความหวังดีให้เสมอ

ส่วนความห่วงของน้องสาวที่มีต่อพี่สาวต่างสายเลือดนั้น คุณจุ๋ยบอกว่า เรื่องห่วงพี่แจนมีอยู่เรื่องเดียวคือ เรื่องของความรู้สึกของตัวพี่แจนเอง พี่แจนเป็นคนที่ดูแล เทคแคร์คนอื่นมากๆ ไม่เฉพาะคนในครอบครัว สามี และลูก พี่แจนอาจนึกถึงความรู้สึกคนอื่นมากกว่าความรู้สึกตัวเอง ตรงนี้แหล่ะที่เป็นห่วงอยากให้นึกถึงความรู้สึกตัวเองมากๆ และที่สำคัญอยากให้ทันเล่ห์เหลี่ยมคนบ้าง ส่วนเรื่องครอบครัวอันนี้ไม่ต้องห่วงเลยทั้งสามีและลูกน่ารักมาก

สำหรับเรื่องความประทับใจที่ทั้งคู่มีให้กันนั้น ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีมากมายหลายสิ่งมาก อาจกล่าวคงไม่หมด แต่ฝ่ายคุณแจงขอบอกถึงความประทับใจที่มีต่อน้องสาวคนนี้ว่า ต้องบอกก่อนว่า อยากที่จะคุยกับใครแล้วคลิกไปหมด แต่กับจุ๋ยเวลาที่พูดคุยกับเขาแล้วเราเป็นตัวของตัวเอง พูดคุยได้ทุกเรื่อง จริงใจให้กัน ประทับใจในความเข้าอกเข้าใจในตัวเรา บ้างครั้งเรานำปัญหาไปให้เขา แต่เขาก็สามารถช่วยเราแก้ได้ ขณะที่จุ๋ยบอกว่า ประทับใจในตัวพี่แจนเยอะมาก อย่างที่บอกว่าจุ๋ยเหมือนเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องดูแลทุกคน พอมีพี่แจนซึ่งเราให้ความเคารพและรักเหมือนพี่สาวเข้ามา จึงเหมือนเป็นการช่วยเติมเต็มความรู้สึกของเรา ได้พูดได้คุยได้ระบายได้ปรึกษา และอีกมากมายหลายสิ่งอย่าง.

“ต้นรัก”