เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารสถาพันพัฒนาคุณภาพวิชาการ มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่าง นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดย นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้มาเป็นประธานในพิธีครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณที่ พว. เข้ามาสนับสนุนส่งเสริมช่วยพัฒนาคุณภาพวิชาการเป็นอย่างดีและต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 3 องค์กรท้องถิ่นดังกล่าว จะได้มาร่วมขับเคลื่อนภารกิจการการพัฒนามนุษย์ทุกช่วงวัย ทุกมิติ ร่วมกับ พว. เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่ ศ.กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ว่า ที่ผ่านมาเราเรียนแบบ Passive Learning แต่วันนี้ เราต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ Active Learning ซึ่งต้องมีกระบวนการเป็นขั้นเป็นตอน
นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความสุขของเด็กเป็นเรื่องสำคัญ การได้มาร่วมมือกันในครั้งนี้เพื่อสร้างอนาคตของเด็กที่จะมาบริหารประเทศ โดยสิ่งที่เราต้องการ คือ ต้องทำให้เด็กหรือวัยรุ่นมีคุณภาพที่ดี ซึ่งถ้าทำไม่สำเร็จประเทศก็มีโอกาสที่จะเสียโอกาสมาก เพราะฉะนั้นอยากฝากว่า วิชาการและการปฏิบัติต้องไปด้วยกัน และจากที่ได้ฟังแนวคิดของ ดร.วิษณุ ก็อยากให้นำแนวคิดของท่านไปปฏิบัติในโรงเรียน โดยทั้ง 3 สมาคมพร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุน เพราะเราเป็นหน่วยงานต้นๆ ที่มีผลกระทบ ถ้าเราสร้างเด็กไม่มีคุณภาพก็จะทำให้ท้องถิ่นได้คนไม่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้ประเทศพัฒนาได้ยาก ส่วนการเรียนรู้แบบ Active learning นั้น เชื่อว่าเป็นการเรียนการสอนที่มีทั้งวิชาการและกิจกรรมที่จะทำให้เด็กมีความสุขในการเรียน และยังเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากเรียน ซึ่งจะทำให้การศึกษาของประเทศประสบความสำเร็จได้
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการปูพื้นฐานให้ประชากรระดับเด็กเล็กซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะสมองของมนุษย์จะพัฒนาได้ดีที่สุดตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเด็กกลุ่มนี้อยู่ในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก โดยความรู้ที่มนุษย์เอาไปใช้ได้จริง คือ ความรู้ด้านกระบวนการ ความรู้ด้านความคิดรวบยอด และความรู้ด้านหลักการ เพราะฉะนั้นโจทย์ก็คือการนำเนื้อหาสาระในแต่ละรายวิชามาออกแบบ เพื่อให้เด็กเข้าถึงกระบวนการด้านความคิดรวบยอดและหลักการ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะสามารถสร้างงานหรือโครงงาน หรือนวัตกรรม และเชื่อมโยงกับการพัฒนาการดำเนินชีวิตของท้องถิ่นหรือชุมชนได้ ซึ่ง พว. พร้อมที่จะช่วยดำเนินการอย่างเต็มที่
ผศ.ดร.วีระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากจะได้ถอดบทเรียนทางวิชาการให้เด็กแล้ว หวังอย่างยิ่งว่า เด็กจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีระเบียบวินัย มีความเคารพ มีความอดทน และยังมีการสร้างเสริมกิจกรรมทางวิชาการเข้าไปด้วย ในที่สุดความรับผิดชอบต่อสังคมก็จะเกิดขึ้น โดยทางสมาคมฯ มองว่า นอกจากเรื่องของวิชาการแล้ว พฤติกรรมและความรับผิดชอบจะต้องไปด้วยกัน เมื่อเกิดขึ้นได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนของชาติ



