ยังหาทางออกจากไม่เจอสักที ก็ บีไอ (B.I) หรือ คิมฮันบิน (KIM HAN BIN) เขาจัดหนักจัดเต็ม ประเดิมเอเชียทัวร์คิวแรกที่ไทย ไว้ชนิดที่ทำเอาใครๆ ก็ไม่สามารถมูฟออนได้ไวเลยจริงๆ กับโซโลคอนเสิร์ต บีไอ 2023 เอเชีย ทัวร์ [แอล.โอ.แอล เดอะ ฮิดเดน สเตจ] อิน แบงค็อก” (B.I 2023 ASIA TOUR [L.O.L THE HIDDEN STAGE] IN BANGKOK) ซึ่งอัดแน่นไปด้วยโชว์คุณภาพและความประทับใจร่วมกันของศิลปินและแฟนๆ โดยผู้จัด โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จับมือต้นสังกัดเกาหลี วันทรีวัน (ONE THREE ONE หรือ 131) พาฮันบินฮันใจ กลับมาหาเหล่าไอดีไทย (ID ชื่อเรียกแฟนคลับ) อย่างร้อนแรงนั่นเอง

บรรยากาศในฮอลล์พร้อมมากกับการเริ่มต้น แสงไฟสีรุ้งจากบินบง (ชื่อเรียกแท่งไฟออฟฟิเชียลของ B.I) ส่องสว่างชัดเจนเต็มพื้นที่ คิมฮันบิน หรือ บีไอ ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเสียงกรี๊ดต้อนรับของเหล่าไอดี เพลงไวรัลระดับโกลบอล BTBT รับหน้าที่เปิดเวทีในครั้งนี้ สเต็ปการเต้นอันเลื่องลือจนเป็นที่มาของฉายา พ่อหนุ่มเอวหวาน สร้างเรื่องกันตั้งแต่เพอร์ฟอร์แมนซ์แรกไปเลย ก่อนจะไปต่อกันด้วยเมดเล่ย์ ซึ่งเริ่มด้วย BE I ที่นำเสนอตัวตนของเขา ตามด้วยเพลง ONE AND ONLY (돗대) และ WATERFALL แค่เริ่มโชว์ไปได้ไม่ถึง 15 นาที ก็ทำเอามวลความสุขอัดแน่นไปทั้งฮอลล์
“What’s up Bangkok?” คิมฮันบินพักทักทายทุกคน “ครั้งนี้เป็นโซโลทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของผมเลย ถ้าจะให้พูดจริงๆ แล้ว ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ครับ สงสัยผมก็จะป๊อปปูลาร์ที่เมืองไทยเหมือนกันนะเนี่ย ขอบคุณทุกคนที่เสียสละมากันในวันนี้นะครับ” พร้อมกับอนุญาตให้แฟนๆ สามารถเก็บโมเมนต์ประทับใจจากคอนเสิร์ตนี้ ผ่านโทรศัพท์กันได้อย่างเต็มที่ จากนั้นทุกคนโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง Alive และ Flame แสงสีแดงที่เปรียบเหมือนลาวาของภูเขาไฟกำลังไหลไปทั่วทุกโซน บีไอ ชวนให้ไอดียืนขึ้นและกระโดดไปกับเพลง Illusion (꿈결) ได้เวลาลดอุณหภูมิความร้อนด้วยความรักในเพลง Lover ดื่มด่ำความหวานด้วยเนื้อเพลงที่ทำเอาแอบเขินกับท่อน My lover lover lover, You shot me down bang bang! ไอดีไทยรับบทที่รักแล้วหนึ่ง

ฮันบินขอเช็กความพร้อมของไอดี “ทุกคนสนุกกันไหมครับ ผมเองก็สนุกเหมือนกันครับ เดี๋ยวเราก็จะเริ่มลุกขึ้นยืนแล้วนะครับ ไม่ได้ให้กรี๊ดนะครับ ให้ลุกขึ้นครับ หลังจากนี้ประมาณ 10-15 นาที ทุกคนจะเสียใจถ้านั่งอยู่นะครับ เตรียมใจรีบลุกไว้ก่อนเลยนะครับ” โดยเพลงต่อไปเป็นเพลงน่ารักๆ และสดใส ซึ่งเจ้าตัวอยากให้ทุกคนมากระโดดและเต้นไปด้วยกัน ท่าเต้นและดนตรีของเพลง GRAY (비 온 뒤 흐 림) ทำเอาคนบนสเตจอย่างคิมฮันบิน กลายเป็นน้องต๋าทรงเสน่ห์ที่น่าเอ็นดู ความน่ารักรวมทั้งสกิลการเต้นอันล้นเหลือ ส่งต่อมายังเพลง Remember me (역겹겠지만) ใช้ความน่ารักมาเยอะแล้ว ขอเป็นฮันบินคนเท่ในเพลง Got it like that กันบ้าง เพลงนี้ไอดีเอง ก็ไม่พลาดที่จะร้องท่อนคอรัสไปตามๆ กัน อีกหนึ่งผลงานเพลงที่ภาคภูมิใจ ถือเป็นซิงเกิ้ลระดับโลกที่บีไอได้ร่วมงานคอลแลปกับ Destiny Rogers และ Tyla Yaweh
อินโทรเพลง Daydream (긴 꿈) ดังขึ้นพร้อมฮันบินในเสื้อผ้าชุดใหม่ (ตามที่เคยสปอยล์ไว้ว่าโชว์ครั้งนี้คุณพี่สไตลิสต์จัดเต็มแน่นอน) จากนั้นเข้าช่วงแฟนเซอร์วิส ศิลปินหนุ่มคนเก่งลงจากเวทีขอไปแจกโมเมนต์ใกล้ชิดไอดีพร้อมเพลง Tangerine และ Nerd ยกให้เป็นเจ้าพ่อแห่งความใส่ใจเบอร์ต้นไปเลย สเตจกลับมาไวบ์เท่อีกครั้งด้วยเพลง STAY ก่อนจะฝากเวทีให้กับสเปเชียลเกสต์คนที่ 1 อย่าง ไทแทน (TYTAN)-ไทแทน ทีปประสาน ช่วยดูแลผู้ชมระหว่างที่เจ้าของเวทีไปพักเบรกและเปลี่ยนคอสตูม โดย ไทแทน หยิบเอาเพลง All Night (feat. Loco) และ Love Yourself มาฝาก นอกเหนือจากที่เราได้เห็นไทแทน พารุ่นพี่ฮันบินไปเล่นกีฬาบาส แอร์ฮอกกี้ และทานอาหารไทย อย่าง ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ผัดซีอิ๊ว ผัดผักบุ้ง ด้วยกันในวันที่บีไอเดินทางมาถึงประเทศไทย ไทแทน ยังเผยด้วยว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขาเป็นเหมือนกับไอดีทุกคน นั่นก็คือตัวเขาเองก็เป็นแฟนเพลงของบีไอด้วยเหมือนกัน

จากนั้นเทพบุตรชุดขาวกลับมาหาไอดีด้วยสเตจ illa illa (해변) ลุคแฟชั่นสุดเซ็กซี่และสเต็ปการเต้นในเพลง Endless summer (영원한 여름) ทำให้ทุกคนไม่สามารถละสายตา ได้แต่คิดว่าคนอะไรทำไมครบเครื่องขนาดนี้ บีไอชวนกระโดดต่อด้วยเพลง Middle with you ซึ่งงานนี้ไอดีไทยก็เตรียมเซอร์ไพร้ส์ตอบแทนความน่ารักของเมนด้วยการแปรอักษรในเพลงนี้ โดยการเชื่อม B.I และ ID ไว้ด้วยกันผ่าน Light Box หลังจบเพลงศิลปินรับรู้ถึงความโรแมนติกของไอดีไทย จึงขอบคุณที่มอบความสวยงามให้กับโชว์นี้ ด้วยการจัดหนักจัดเต็มทั้งร้องทั้งเต้น ทุกมูฟเมนต์การเคลื่อนไหวสะกดหัวใจไอดีไว้อยู่หมัดทั้งเพลง Keep me up, Numb, Nineteen (열아홉) และ COSMOS ที่ฮันบินและไอดีประสานเสียงร้องไปด้วยกันทั่วทั้งฮอลล์
เดินทางมาสู่ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต บีไอ กลับขึ้นเวทีอีกครั้งหลังจากเหล่าไอดีตะโกนลั่นขอ ENCORE พร้อมเพลง BTBT ซึ่งรอบนี้มีเซอร์ไพร้ส์ระดับตกใจหนักมากกับ ยอร์ช (Yorch)-ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ สเปเชียลเกสต์คนที่ 2 ขึ้นมาร่วมสเตจโชว์สกิลแร็ปและแดนซ์ในเพลงนี้ด้วย หลังเพอร์ฟอร์มจบเพลง บีไอก็ได้เปิดเผยว่าตัวเขาได้เห็นคลิปวิดีโอที่ ยอร์ช คัฟเวอร์เพลง BTBT ก็เลยชวนมาร่วมสเตจนี้ด้วยกันเลย และยังได้ไปทานอาหารไทยพร้อมกันทั้งตัวเขา ยอร์ช และ ไทแทน ก่อนที่ บีไอ จะกลับมาสานต่อเวทีนี้ในเพลง Then (그땐 내가) พร้อมกับกล่าวปิดท้ายด้วยว่า ขอบคุณทีมงานและแฟนคลับทุกคนที่ทำให้เกิดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา โดยอำลาแฟนๆ ไปด้วย Re-Birth (다음 생) เพลงที่เป็นเหมือนสัญญาระหว่างบีไอและไอดีว่าจะกลับมาพบกันอีก ถึงตอนนี้เจ้าตัวอยากบันทึกความทรงจำร่วมกับไอดีไทย จึงชวนกันถ่ายรูปพร้อมป้ายโปรเจกต์ที่แฟนๆ ตั้งใจเตรียมมา “한빈과 함께 보낸 시간은 아이디의 가장 소중한 시간이었다” แปลว่า “ทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้กับฮันบิน คือช่วงเวลาที่ดีสุดของไอดี” จากนั้นบีไอกล่าวขอบคุณ แล้วกลับเข้าหลังเวทีไป

บีไอสร้างเรื่องไว้เยอะ ไทยไอดีเลยขอสร้างเรื่องบ้าง ไม่ยอมให้ศิลปินที่รักรีบจบโชว์ไปง่ายๆ ต่างช่วยกันส่งเสียงเชียร์เรียก บีไอ จนต้องกลับขึ้นเวทีมาหากันอีกครั้ง พร้อมหอบหิ้วความสนุก 4 เพลงรวดทั้ง Flame, Illusion (꿈결), ONE AND ONLY (돗대), BE I และแน่นอนว่าพูดคำไหนคำนั้น เพลงใหม่ที่ยังไม่เคยปล่อยออกมา ถูกนำมาร้องให้ไอดีไทยฟังเป็นครั้งแรก พร้อมบุกประชิดตัวไอดีทั่วทั้งฮอลล์อีกครั้ง เซอร์วิสดีแบบนี้ ไม่รักยังไงไหว ปิดท้ายแบบท้ายสุดของจริงด้วยเพลง COSMOS ซึ่งบีไออดใจไม่ไหว วิ่งลงจากสเตจไปหาไอดีรอบฮอลล์เป็นครั้งที่สาม แทนคำบอกลา ที่วันนี้ได้สร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน
แฟนๆ สามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews



