เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยนโยบายหาเสียงภายใต้เคมเปญ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ตามยุทธศาสตร์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค ว่า พรรคได้นำร่องหาเสียงด้วย 5 นโยบายโดนใจ ที่พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายลดภาระหนี้ สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ชีวิต และขจัดปัญหาอุปสรรคด้านกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ประกอบด้วย 1. เพิ่มสิทธิ ‘บัตรสวัสดิการพลัส’ เป็น 1,000 บาท/เดือน และสิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท/คน 2. ตั้ง ‘กองทุนฉุกเฉินประชาชน’ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 3. คืน 30% เงินสะสมชราภาพ ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 4. โครงการ ‘ปลดหนี้ด้วยงาน’ 5. รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชน และเป็นอุปสรรคการทำกิน  

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายการเพิ่มสิทธิ ‘บัตรสวัสดิการพลัส’ ว่า นโยบายนี้เป็นโครงการ “ทำต่อ” จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่แล้ว โดยให้สิทธิเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยสามารถนำบัตรนี้ไปเป็นหลักประกันเงินกู้กับธนาคารออมสิน ซึ่งมีโครงการให้สินเชื่อรายย่อยในวงเงิน 10,000 บาทอยู่แล้ว

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายเกี่ยวกับ “กองทุนฉุกเฉินประชาชน” นั้น กองทุนนี้จะช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านจำนวนมาก ที่มีความจำเป็นและต้องการเงินฉุกเฉินไปใช้จ่าย โดยวงเงินงบประมาณสำหรับกองทุนนี้ จะมาจากการนำกองทุนที่มีอยู่แล้วประมาณ 30 กว่ากองทุน ซึ่งหลายกองทุนไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร ขณะเดียวกัน กลุ่มแรงงานที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หากประสบปัญหาเดือดร้อน หรือต้องการเงินฉุกเฉิน ก็สามารถเบิกเงินสะสมชราภาพมาใช้ก่อนได้ 30% โดยไม่ต้องรอครบกำหนดอายุ  

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของนโยบายเกี่ยวกับการ “รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชนและเป็นอุปสรรคการทำกิน” นั้น พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ดำเนินการเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมีการร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน ทั้ง 5 นโยบายนี้ ถือเป็นการนำร่องหาเสียง ก่อนการเปิดตัวนโยบายทั้งหมดของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) บนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในต้นเดือน เม.ย. นี้ ย้ำว่าทุกนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) สามารถทำได้จริง และทำได้ทันทีได้อย่างแน่นอน.