คุณบีบี ปูพื้นฐานชีวิตว่า เคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนสายการบินของการบินไทยรับผิดชอบชั้น เฟิสต์คลาส และบิสสิเนสคลาส มา 13 ปี กระทั่งช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ตัดสินใจลาออกและไปเรียนต่อ Certified Image Consultant & International Etiquette thai, Canada and Usa และมาทำงานด้านการปรึกษาด้านภาพลักษณ์ เป็นเพอร์ซั่นนัล สไตลิสต์ สอนเทรนดิ้ง โค้ชชิ้ง เพอร์ซั่นนัล ชอปเปอร์ ซึ่งเจ้าตัวย้ำว่า “ประสบการณ์จากการทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนสายการบิน บ่มเพาะสิ่งต่าง ๆ ให้ชีวิตเยอะมาก โดยเฉพาะการเข้าสังคม การแต่งตัว การวางตัว หล่อหลอมซึมซับมา สามารถนำมาใช้ได้ในหน้าที่ที่ทำทุกวันนี้ซึ่งบีบีทำมา 2 ปีเหมือนทุกอย่างเป็นจังหวะ เวลา ที่ลงตัวว่าเราต้องทำสิ่งนี้ พอมีโอกาส เวลา เราทุบชีวิตเก่าตัวเองและเริ่มทำสิ่งนี้ พอทำไป รู้สึกว่า เป็นแพสชั่นที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา เราทำมีความสุข เหมือนเริ่มต้นสตาร์ตบิสสิเนสใหม่ เป็นการเริ่มต้นที่มีความสุข”
“ตอนที่ลาออก ไม่ลังเล เพราะบีบีเชื่อว่า เวลาเราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่จะมีความกลัวเข้ามา แต่เชื่อว่าความกลัวจะมาเพื่อทดสอบเราว่าเราออกจากคอมฟอร์ตโซนได้ไหม บีบีคิดแล้วว่า เรารู้สึกว่าเราไม่กลัวความล้มเหลว ที่ผ่านมาก็เป็นตัวตนเราอีกตัวตน ที่เราทำหน้าที่ตรงนั้นดีที่สุด แต่มีซายน์ สัญญาณ บางอย่างที่บอกบีบีว่า เรามีสิ่งที่ต้องทำยิ่งใหญ่กว่านั้น บีบีเซตตัวเองว่า จะเกษียณอายุจากการเป็นแอร์โฮสเตสไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ปรากฏว่ายูนิเวิร์สส่งมาเร็วกว่านั้น เป็นโอกาสที่ต้องทำ ต้องคว้า ตอนนี้มีความสุขที่ได้ทำ เป็นแพสชั่น เป็นอีกศักยภาพของเราที่ต้องเอาออกมาใช้ในชาตินี้ งานที่เราทำได้ช่วยคนได้เหมือนกัน ทำให้เขามีความสุขขึ้น สวยขึ้น ดูดีขึ้น”
“คนที่อยากปรับบุคลิกภาพ ส่วนใหญ่ที่เจอมา คือ เขาได้รับตำแหน่งหรือมาจากบทบาทที่เขาได้รับ เพราะความเป็นจริงเราต้องเชื่อว่า มนุษย์ตัดสินคนด้วยภาพที่เห็น โอกาสดี ๆ ได้มาจากการแต่งตัวดี มีบุคลิกภาพที่ดีสำคัญอยู่แล้ว อีกมุมหนึ่งคือที่เจอ คนที่เขาอยากปรับเปลี่ยนชีวิตใหม่ เพราะเขาเจอเรื่องอะไรมาแล้วอยากปรับบุคลิกภาพใหม่ อยากดูดี ดูสวย ดูมีความสุข เพราะการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกก็ส่งผลถึงผลในงานที่บีบีทำตอนเป็นแอร์โฮสเตส ไม่ใช่แค่เซอร์วิสมายด์ แต่ทำให้ผู้โดยสารมีความสุขตลอดเส้นทาง ส่งเขากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย งานนี้ก็เหมือนกันให้ความสุข แต่เป็นความสุขจากเอาเตอร์ ที่เขารู้สึกว่า เอาเตอร์เขาคอมพลีตแล้วเข้าไปทำความสุขในอินเนอร์ของเขาคอมพลีทด้วย คนเราถ้ามีความสุขในตัวเองเขาจะส่งต่อความสุขให้คนอื่นต่อได้ด้วย งานของบีบีไม่ใช่แค่งานสอน เป็นงานที่เอาไว้ เอ็มพาวเวอร์ริ่งคนโดยเฉพาะผู้หญิง นิวเอจที่อยากให้เป็นแบบนั้นคืออยากให้ผู้หญิงเอ็มเพาเวอร์ซึ่งกันและกัน แต่ละคนเจอเรื่องราว มีเจอร์นีย์ ทรอมา มีประสบการณ์ต่างกัน เราซัพพอร์ตกันได้ ถ้าเรามีความสุขด้วยตัวเราเองก่อน เราจะส่งต่อความสุขให้คนอื่นได้”
บีบีผ่านเรื่องราวมาเยอะมาก ทั้งการสูญเสียหลาย ๆ อย่าง ยิ่งโควิด เหมือนช่วงที่เราตื่นรู้ แค่เราอะแวร์ รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันชาลเลนจ์ เราจะตีความชาลเลนจ์ไปทางไหน หนทางเดียวคือ เราก็สู้ไปเลยว่าเป็นอย่างไร บีบีตั้งคำถามว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร เราเกิดมาแล้วทำอะไรแล้วได้ เราต้อง บีลีฟ และอยู่ตรงไหน แล้วเราจะเปล่งประกาย บีบีมีความสุขกับทุกการเดินทางของชีวิต เชื่อในพลังบวกและเชื่อว่า มีจริง ๆ พลังบวกช่วยได้จริง ๆ ทุกอย่างคือเอนเนอจี้ เราเป็นคนแบบไหน เราจะดึงดูดคนแบบนั้นเข้ามา เราเป็นคนพลังงานแบบไหน จะดึงดูดพลังงานแบบนั้นเข้ามา บีบีเชื่อในคำตอบของฮาร์ตเสมอ ฮาร์ตสำหรับบีบี เชื่อว่าอะไรที่มาจากใจ จะเป็นจริงเสมอ อะไรที่มาจากหัวคือความคิด ซึ่งความคิดจะบิดเบือนตลอดเวลา บีบีเชื่อว่าจิตที่อยู่ข้างในหัวใจ เราจะไม่โกหกและมักจะบอกทางที่ถูกให้เราเสมอ การช่วยเหลือคนต้องมาจากใจ บีบีเชื่อในเรื่องนี้”.









