พระบรมฉายาลักษณ์ที่ปรากฏทางสื่อต่าง ๆ ล้วนแต่ สร้างความประทับใจและเป็นที่กล่าวถึงไปทั่วโลก ด้วยพระสิริโฉมงดงามที่เปี่ยมด้วยรอยแย้มพระสรวลของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผสานกับความสง่างามอันโดดเด่นที่เปล่งประกายด้วยพระบารมี และที่สำคัญ ทรงสืบสานพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นต้นแบบอันงดงามยิ่งและทรงวางรากฐานไว้ ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงงามสง่าสมพระเกียรติในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยในแบบต่าง ๆ ตามโอกาสต่าง ๆ อย่างเหมาะสมยิ่ง

การปรากฏพระองค์ด้วยฉลองพระองค์ในชุดผ้าไทยที่ทั่วโลกต่างกล่าวถึงด้วยความชื่นชมนั้น เริ่มเป็นที่ประจักษ์ ชัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2566 เมื่อครั้งที่โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาส พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเลือกฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไทย ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานสีฟ้าอ่อน ตัดเย็บขึ้นจากผ้าไหมยกดอกลำพูน ลายพิกุลถมเกสร และทรงเข็มกลัดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ พระสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์ พระปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) ดวงตรามหาจักรีประดับเพชร พระกุณฑล (ต่างหู) จักรี และสร้อยพระศอเพชร ในสมเด็จพระศรี  พัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อีกหนึ่งฉลองพระองค์ที่ทรงเลือกคือชุดไทยบรมพิมานพระภูษาผ้ายกลำพูนสังเวียน ประเภทผ้ายกใหญ่ ลายดอกพิกุลหลวง ทรงสายสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงพระสังวาลนพรัตน์ ดารานพรัตน์ ทรงพระปั้นเหน่งนพรัตน์ ทรงเข็มกลัดดวงตรามหาจักรีประดับเพชร ทรงทองพระกรเพชร และ ทรงสร้อยพระศอและพระกุณฑลไพลินประดับเพชร อันโดดเด่นยิ่ง ซึ่งเป็นพระราชนิยมในสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกันนี้ทรงถือกระเป๋าจักสานย่านลิเภา ที่เข้ากันกับฉลองพระองค์

ต่อมา ช่วงระหว่างวันที่ 25-28 เมษายน พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรภูฏาน อย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ซึ่งเป็นการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชสมัย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติพาโร ราชอาณาจักรภูฏาน โดย ทรงฉลองพระองค์ และกระเป๋าทรงผ้าไหมแพรวาจากสมาชิกศิลปาชีพผ้าไหมแพรวา บ้านโพน จ.กาฬสินธุ์ และต่อมาเมื่อเสด็จฯ ไปยังป้อมทาชิโช กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ขณะที่ในการโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังเดเชนโชลิง กรุงทิมพู สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ปักประดับลวดลายพรรณพฤกษาบนฉลองพระองค์ รับกับพระสังวาลและการประดับนพพระอังสารูปหงส์ เชิงพระภูษาปักประดับเพิ่มความโดดเด่นและงดงาม

ในการเสด็จฯ ณ คูเซลโพดรัง เพื่อทรงประกอบพิธีสวดมนต์พิเศษ รวมถึงถวายสักการะพระพุทธรูปดอร์เดนมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ และกระเป๋าทรง ด้วยผ้าปักจากชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ (ลาหู่)” ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยลวดลายปักที่ละเอียดงดงาม ลายผ้าเกิดจากการบรรจงสร้างสรรค์ด้วยฝีมืออันประณีตของหญิงสาวชนเผ่า นำเสนอความอ่อนช้อยแห่งวัฒนธรรมผ่านเส้นด้ายสีธรรมชาติ ปักทับซ้อนเป็นลวดลายเรขาคณิตที่เปี่ยมความหมาย ซึ่งผืนผ้าปักนี้ได้รับการส่งเสริมภายใต้โครงการศิลปาชีพ ให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพประเภทผ้าชาวไทยภูเขา

ขณะที่ในการเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงของไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภูฏาน รวมทั้งการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ณ โครงการหลวงเดเชนโชลิง กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน ทรงฉลองพระองค์ และกระเป๋าทรง จากผ้าจกฝีมือสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งผ้าจกที่ทรงฉลองพระองค์เป็นงานทอด้วยมือที่ละเอียดประณีต ใช้เทคนิคการจกเส้นไหมขึ้นมาบนผืนผ้า เพื่อสร้างลวดลายที่งดงามอ่อนช้อย อันเป็นลักษณะเด่นของผ้าจกดั้งเดิม ทั้งยังใช้โทนสีชมพูอมทองสลับลาย ซึ่งแฝงความอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่สง่างามสมพระเกียรติยศ ขณะที่กระเป๋าทรงนั้นจัดทำขึ้นจากผ้าจกผืนเดียวกัน

ในช่วงที่เสด็จฯ เพื่อทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นการส่วนพระองค์กับสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ณ พระราชวังลิงคานา ในการนี้ สมเด็จ  พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดผ้าไหมจกลายราชบุรี ฝีมือการทออันประณีตของสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอน พร้อมกระเป๋าทรงจากผ้าจกลวดลายงดงาม เข้าชุดกับฉลองพระองค์

และในการเสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมของภูฏาน ทรงฉลองพระองค์ และกระเป๋าทรงจากผ้าจกฝีมือสมาชิกศิลปาชีพ ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และเมื่อเสด็จฯ ไปยังตลาดกลางประจำ  กรุงทิมพู โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าปักม้งกันชงลายตัดปะ ผลงานสมาชิกศิลปาชีพชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง บ้านตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ลวดลายผ้าเกิดจากการสร้างลวดลายบนผืนผ้ากันชง โดยนำผ้าพื้นสีเขียวมาสอยประกบผ้ากันชง แล้วใช้กรรไกรตัดผ้าสีเขียวให้ขาดตามลวดลายที่ออกแบบไว้ จากนั้นจึงสอยด้วยเข็มและเส้นด้ายที่เล็กที่สุด เพื่อให้ฝีเข็มซ่อนอยู่ภายในอย่างแนบเนียน ปักแทรกด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาลตามจังหวะลวดลาย ซึ่งเป็นเทคนิคการปักเฉพาะตัวของชนเผ่าม้งที่สะท้อนภูมิปัญญาและจินตนาการอัน ลึกซึ้ง ถ่ายทอดผ่านศิลปะงานฝีมือที่งดงามเหนือกาลเวลา

ในการเสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการเป็นวันสุดท้าย เสด็จฯ ไปยังป้อมดุงการ์ ณ เมืองพาโร ทรงสักการะพระศากยมุนี ทอดพระเนตรกิจกรรมของราชวิทยาลัย และนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการพัฒนาเมืองเกเลฟูให้เป็นเมืองแห่งสติปัญญาในเขตปกครองพิเศษ  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ และกระเป๋าทรง จากผ้าไหมขิด สีครามเข้ม ลวดลายขิดประณีต สะท้อนภูมิปัญญาไทยและความประณีตของหัตถศิลป์พื้นถิ่นที่งดงาม ทรงฉลองพระองค์กระโปรงยาว เสริมด้วยเสื้อคลุมสั้นทรงเคป ที่เพิ่มความสง่างามอย่างเรียบหรู พร้อมกระเป๋าทรงเป็นผ้าไหมขิดเข้าชุด ตกแต่งด้วยห่วงโลหะสีเงิน ซึ่งออกแบบอย่างร่วมสมัยแต่กลมกลืนกับเนื้อผ้าไทยอย่างละเมียดละไม 

ระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ ทางการทูตไทย-จีน

การเสด็จฯ ครานั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเลือกฉลองพระองค์เน้นโทนสีทึมเพื่อเป็นการน้อมรำลึกและแสดงความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยในการเสด็จฯ ไปยังมหาศาลาประชาชน บริเวณลานด้านทิศตะวันออก ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมประยุกต์ ที่งดงามด้วยผ้าไหมสีไพลิน และพระภูษาทรงไหมยกดอกลำพูนทอยก  แล่งเงิน และกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา ทรงครึ่งวงกลม สีดำแซมสีน้ำตาล สานประณีตบนโครงอันแข็งแรง ดอกไม้เงินประดับพลอยทัวร์มาลีนอย่างพอเหมาะ ขณะที่งานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ สีดำขลับ กระดุมคู่ พร้อมผ้าซิ่นผืนงาม เครื่องประดับสร้อยสังวาลกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา ทั้งนี้ฉลองพระองค์ 2 ชุดนี้ออกแบบตัดเย็บโดยห้องเสื้อพิจิตรา

นอกจากนี้ ในช่วงที่เสด็จฯ ยังสถานที่สำคัญต่าง ๆ ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดเดรสยาวเรียบหรู โทนสีดำ-เทา ชุดฉลองพระองค์โค้ต พร้อมพระมาลา โดยทรงมีเครื่องประดับ ทั้งพระกุณฑลสร้อยพระศอ และขณะเดียวกันยังทรงประดับเข็มกลัดโบสีดำ อันแสดงถึงความไว้อาลัยอย่างสูงสุดที่ทรงมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง