สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด ) และสถาบันคุ้มครองเงินฝากกลาง ( เอฟดีไอซี ) ออกแถลงกาณ์ร่วมกันเมื่อวันอาทิตย์ สั่งปิดกิจการของ “ซิกเนเจอร์ แบงก์” สถาบันการเงินสำหรับอุตสาหกรรมเงินคริปโตฯ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์ก เนื่องจากเป็นธนาคารที่ “มีความเสี่ยงเชิงระบบ” และยืนยันว่า บัญชีเงินฝากทั้งหมดของลูกค้าซิกเนเจอร์ แบงก์ ได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวน
NEW:
— Nick Timiraos (@NickTimiraos) March 12, 2023
*Signature Bank has been closed
*All depositors of Silicon Valley Bank and Signature Bank will be fully protected
*Shareholders and certain unsecured debtholders will not be protected
*New Fed 13(3) facility announced with $25 billion from ESF to backstop bank deposits pic.twitter.com/LKipIRMg1T
ทั้งนี้ ซิกเนเจอร์ แบงก์ เป็นธนาคารสำหรับเงินคริปโตขนาดใหญ่อันดับสอง รองจาก “ซิลเวอร์เกต แบงก์” ซึ่งยุติการดำเนินงานไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจาก “เผชิญกับความเสี่ยงของการขาดสภาพคล่อง” ขณะที่ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ( เอสอีซี ) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565 ระบุมูลค่าสินทรัพย์ของซิกเนเจอร์ แบงก์ ไว้ที่ราว 110,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3.8 ล้านล้านบาท ) จากจำนวนดังกล่าวประมาณ 88,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3 ล้านล้านบาท ) เป็นเงินฝากของประชาชน
@federalreserve announces Bank Term Funding Program (BTFP) to support American businesses and households, assure banks have ability to meet needs of all their depositors: https://t.co/JIMjkooIDV
— Federal Reserve (@federalreserve) March 12, 2023
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังหรัฐ เฟด และเอฟดีไอซี ประกาศร่วมกัน เกี่ยวกับแผนการจัดตั้งโครงการเสนอสินเชื่อครอบคลุมระยะเวลานานสูงสุด 1 ปี ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ สมาคมออมทรัพย์หรือสถาบันรับฝากเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และสถาบันการเงินอีกหลายประเภท เพื่อการรักษาสภาพคล่องและเป็นหลักประกันให้กับเงินฝากของประชาชน หลังการล่มสลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ ( เอสวีบี ) สถาบันการเงินเพื่อสตาร์ตอัป ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว.
เครดิตภาพ : REUTERS



