สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า การปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ซึ่งเปิดฉาก เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 หลังจากมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปรีบเร่งเสริมการป้องกันของตนเอง

“ถึงแม้การนำเข้าและส่งออกอาวุธทั่วโลกจะลดลง ทว่าในยุโรปกลับมีตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ของยุโรป” นายปีเตอร์ ดี เวซแมน นักวิจัยอาวุโสของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (เอสไอพีอาร์ไอ) กล่าวในแถลงการณ์

ตามข้อมูลของเอสไอพีอาร์ไอ ประเทศยุโรปในกลุ่มพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่นำโดยสหรัฐ เพิ่มการนำเข้าอาวุธของพวกเขา 65% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่การเคลื่อนย้ายอาวุธระหว่างประเทศทั่วโลกลดลง 5.1%

อนึ่ง สหรัฐคือผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนรัสเซียเป็นผู้ส่งออกอาวุธอันดับสอง ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยการส่งออกอาวุธของสหรัฐเพิ่มขึ้น 14% จากปี 2556-2560 ซึ่งคิดเป็น 40% ของการส่งออกอาวุธทั่วโลก ขณะที่สัดส่วนการส่งออกของรัสเซียลดจาก 22% เหลือ 16%

“ดูเหมือนว่าการรุกรานยูเครนจะจำกัดการส่งออกอาวุธของรัสเซียมากขึ้น” นายซีมอน ที เวซแมน จากเอสไอพีอาร์ไอ กล่าว “นี่เป็นเพราะว่า รัสเซียจะให้ความสำคัญกับการจัดหายุทโธปกรณ์ ให้กับกองกำลังติดอาวุธของตนเอง อีกทั้งความต้องการจากประเทศอื่น ๆ จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการคว่ำบาตรทางการค้าที่มีต่อรัสเซีย”.

เครดิตภาพ : REUTERS