สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตกูซิกัลปา ประเทศฮอนดูรัส เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีซิโอมารา กัสโตร ผู้นำฮอนดูรัส กล่าวว่า เธอได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ “ดำเนินการ” เพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน โดยเรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายที่เธอเคยหาเสียงไว้ ก่อนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อปี 2565 แต่ตอนนั้น กัสโตร กล่าวว่า เธอยังคง “คาดหวังการรักษาความสัมพันธ์” กับไต้หวัน เนื่องจาก “ไม่ต้องการให้เกิดการถอยห่างออกจากสหรัฐ”


ปัจจุบัน มี 14 ประเทศ ที่ยังให้การรับรองไต้หวัน และมีความสัมพันธ์ทางการทูตร่วมกันในระดับเอกอัครราชทูต ได้แก่ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นครรัฐวาติกัน เฮติ ปารากวัย เอสวาตินี ตูวาลู นาอูรู เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเชีย เบลีซ สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ และปาเลา


อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเดวิด ปานูเอโล ผู้นำไมโครนีเซีย กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ได้พบหารือกับ นายโจเซฟ อู๋ รมว.การต่างประเทศไต้หวัน เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงการรับรองทางการทูต”


ผู้นำไมโครนีเซีย ให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมาว่า แผนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการที่ไมโครนีเซีย ต้องการรับความช่วยเหลือทางการเงิน มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,724.63 ล้านบาท ) เพื่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงมีการประสานงานโดยตรงไปยังรัฐบาลไทเป เกี่ยวกับ “ความเป็นไปได้” ของการได้รับความช่วยเหลือในวงเงินดังกล่าว ภายในระยะเวลาอีก 3 ปีนับจากนี้ “หากไมโครนีเซีย สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน” ซึ่งหมายถึง “การยุติความสัมพันธ์กับจีน”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES