สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า ตามรายงานล่าสุดซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเมืองเพียง 2.7% หรือคิดเป็น 8 แห่ง จากทั้งหมด 296 แห่ง ที่มีความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเล็กมากที่เป็นอันตรายในอากาศ หรือ พีเอ็ม 2.5 ตรงตามแนวทางปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ)
ไอคิวแอร์ ระบุในรายงานว่า พีเอ็ม 2.5 สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มลพิษส่วนใหญ่มีที่มาจากการปล่อยมลพิษในอุตสาหกรรม, การผลิตไฟฟ้า, การปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ รวมถึงการเผาในที่โล่ง
Only 2.7% of Southeast Asia cities breathed 'healthy' air in 2022: Report https://t.co/opyw4uCsM8 pic.twitter.com/euVtxTSyet
— CNA (@ChannelNewsAsia) March 15, 2023
อนึ่ง อินโดนีเซีย มีระดับมลพิษสูงสุดในภูมิภาค โดยมีเมือง 6 แห่งที่ติด 15 อันดับแรกของเมืองที่มีความเข้มข้นของพีเอ็ม 2.5 สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น เมืองปาซาร์เกมิส ในจังหวัดบันเติน, กรุงจาการ์ตา และเมืองซูราบายา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม คุณภาพอากาศโดยรวมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือว่า “ดีขึ้น” ในปีที่แล้ว เนื่องจาก 7 ประเทศ จากทั้งหมด 9 ประเทศในภูมิภาคนี้ มีความเข้มข้นของพีเอ็ม 2.5 ลดลงตลอดปี 2565 ขณะที่ ลาวและเวียดนาม เป็นเพียงสองประเทศที่มีระดับมลพิษทางอากาศแย่ลง
ทั้งนี้ทั้งนั้น รายงานของไอคิวแอร์ พบว่า แม้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการปรับปรุงการจัดการมลพิษทางอากาศ แต่สถานการณ์โดยทั่วไปยังนับว่า “เลวร้ายลงทั่วโลก”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



