นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งประวัติศาสตร์บนเวทีประกาศผลรางวัล “Academy Awards ครั้งที่ 95” หรือ “ออสการ์ 2023” เมื่อ รูธ อี คาร์เตอร์ (Ruth E. Carter) ดีไซเนอร์ชาวแอฟริกัน สามารถพาภาพยนตร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ จากค่าย “มาร์เวล สตูดิโอส์” อย่าง “แบล็ค แพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ (BLACK PANTHER: WAKANDA FOREVER)” คว้ารางวัลในสาขา “ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Costume Design)” ได้สำเร็จอีกครั้ง ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ ทำให้เธอสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ กลายเป็น “ผู้หญิงผิวดำคนแรก” ที่คว้ารางวัลออสการ์ได้ถึง 2 ตัว หลังจากที่เธอเคยชนะ “รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม” บนเวทีออสการ์นี้มาแล้ว จาก “Black Panther” เมื่อปี 2019 และแน่นอนว่า รางวัลนี้ยังทำให้เธอเป็นคนแรกที่ชนะรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ภาคต่ออีกด้วย! วันนี้ “เทรนดี้ ฟรีไทม์” จึงไม่พลาดนำเรื่องราวเหล่านี้ รวมทั้งเปิดที่มาแรงบันดาลใจ และความท้าทายในการดีไซน์คอสตูมให้กับตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้มาฝาก เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จของเธอ ที่เสมือนเป็นการเปิดประตูให้คนผิวดำ ได้แสดงความสามารถและมีพื้นที่บนเวทีโลกกัน!

สำหรับ รูธ อี คาร์เตอร์ คือผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบคอสตูมที่งดงามน่าประทับใจให้กับ ภาพยนตร์ “Black Panther” โดยเธอได้นำการแต่งกาย ที่สะท้อนรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาวแอฟริกัน มาผสมผสานกับจินตนาการการแต่งกายสไตล์ฟิวเจอริสติก ก่อเกิดเป็นชุดของชาววาคานด้า ประเทศสมมุติที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในทวีปแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นดินแดนของคนผิวดำ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยวิทยาการสุดไฮเทคเกินต้าน

ซึ่งงานนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของ รูธ อี คาร์เตอร์ ในการสานต่อวัฒนธรรมอันเก่าแก่ในอดีต ซึ่งเธอได้ยกรางวัลนี้ให้กับแม่ของเธอที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยกล่าวว่า “ขอบคุณอคาเดมี่ที่ได้ยกย่องซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นผู้หญิงผิวดำ เธอนั้นอดทน มีความรัก เธอเอาชนะ ซึ่งเธอก็คือเหล่าผู้หญิงทุกคนในเรื่องนี้ เธอเป็นแม่ของฉัน เมื่อสัปดาห์ก่อน Mable Carter คุณแม่ของฉันได้จากไป หนังเรื่องนี้ได้เตรียมพร้อมให้สำหรับช่วงเวลาแบบนี้แชดวิก ได้โปรดดูแลแม่ของฉันด้วย” เธอยังได้ระลึกถึง แชดวิก โบสแมน (Chadwick Boseman) ผู้รับบทเป็น “ทีชัลล่า (T’Challa)” หรือ “แบล็ค แพนเธอร์” ในภาคแรก ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2022 ในวัย 42 ด้วยโรคมะเร็ง นอกจากนี้ รูธ อี คาร์เตอร์ ยังบอกอีกว่า “ฉันขอแบ่งปันสิ่งนี้กับเหล่าศิลปินมากมายที่ได้ร่วมมือและหัวใจในการสร้างความสำเร็จสำหรับคอสตูม วาคานด้า และทาโลคาน และรางวัลนี้ สำหรับคุณแม่ของฉันด้วยค่ะ”

ทั้งนี้ภาพยนตร์ “แบล็ค แพนเธอร์ : วาคานด้าจงเจริญ” นั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติ แชดวิก โบสแมน หรือ “ทีชัลล่า” ผู้นำอันเป็นที่รักแห่งวาคานด้า รูธ อี คาร์เตอร์  จึงใส่ผลกระทบทั้งจาก แชดวิก และ “ทีชัลล่า” ที่มีต่อเรื่องราว นักแสดงและทีมงาน ลงในผลงานของเธออย่างน่าประทับใจ เช่น พิธีบรมศพของกษัตริย์ “ทีชัลล่า” ที่ทุกคนสวมชุดไว้ทุกข์ ในโทนขาว นอกจากนี้ คาเตอร์ ยังได้นำอีกหนึ่งเรื่องราวและวัฒนธรรมของอาญาจักรที่มีความสำคัญ กลับมาคืนชีพผ่านคอสตูม “ทาโลคาน (Talokan)” ดินแดนแห่งแอตแลนติส ที่สร้างขึ้นมาใหม่ตามจินตนาการ โดยเป็นการให้เกียรติกับชาว เมโสอเมริกา (Mesoamerica) และเน้นไปที่บาดแผลทางจิตใจในยุคล่าอาณานิคมของสเปน เมื่อต้นศตวรรษที่ 16

เครื่องแต่งกายในราชพิธีศพของกษัตริย์ “ทีชัลล่า” (THE POIGNANT WAKANDAN FUNERAL ATTIRE)

สำหรับฉากในพิธีศพของกษัตริย์ “ทีชัลล่า” ในช่วงต้นเรื่องเป็นซีนที่ยากที่สุดสำหรับ รูธ อี คาร์เตอร์ ทีเดียว เมื่อชาววาคานด้าทั้งประเทศมารวมตัวกัน เพื่อไว้อาลัยให้กับ “ทีชัลล่า” ซึ่งพวกเขาต้องใส่ชุดโทนขาวบริสุทธิ์กัน ซึ่งการไร้สีสันนั้น ทำให้เกิดเป็นความท้าทาย เพราะวาคานด้านั้น ประกอบไปด้วยเผ่าต่าง ๆ หลากหลายเผ่าพันธุ์ และแต่ละเผ่าก็มีสีสันและประวัติศาสตร์เป็นของตัวเอง ดังนั้น คาร์เตอร์ จึงต้องหาทางออกด้วยวิธีใหม่ ๆ ในการที่จะทำให้แต่ละเผ่ารู้สึกถึงความมีเอกลักษณ์

“มันค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากว่าผ้าของแอฟริกานั้นมีสีสันมาก ๆ ตัวระบุภูมิภาคนั้น ๆ ก็มีจำนวนมากที่ขึ้นอยู่กับภาพพิมพ์หรือสิ่งทอ หรือไม่ก็เป็นงานลูกปัด ซึ่งแน่นอนว่ามีพาเลทสีที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ ดังนั้นคุณจะนำเสนอมันยังไงในเมื่อทุกคนน้องอยู่ในชุดขาว?” คาร์เตอร์ เปิดใจ โดยเธอและทีมงานจึงได้ทดลองเนื้อผ้าและโทนสี สร้างแพทเทิร์นด้วยการสกรีนสีออฟไวท์ (Off-white) ลงบนผ้าสีขาวบริสุทธิ์กับทุก ๆ อย่าง ตั้งแต่กระโปรงจากใยปาล์มธรรมชาติราฟเฟีย (Raffia) ที่ “เอ็มบาคู (M’Baku)” สวมใส่ ไปจนถึงจิวเวลรี่และสร้อยห่วงสวมติดคอ (Neck Rings) ผลลัพธ์ที่ได้มานั้นดูเป็นสีเดียว แต่น่าทึ่งสุด ๆ ซึ่ง คาร์เตอร์ จำได้ เธอกรีดร้องด้วยความดีใจ หลังจากที่เธอได้เห็นผลลัพธ์สุดท้ายในกองถ่ายเป็นครั้งแรก!

นอกจากนี้ คาร์เตอร์ ยังได้เล่าลงลึกถึงรายละเอียดคอสตูมในซีนสุดสะเทือนใจนี้ให้ฟังว่า “ความรู้สึกประสบการณ์สำหรับฉากพิธีศพทีชัลล่าในช่วงต้นของภาพยนตร์นั้น มีความเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมมาก ๆ คล้ายกับฉากน้ำตกนักรบ  (Warrior Falls) ในแบล็ค แพนเธอร์” โดยการลำดับนั้นน่าทึ่งทั้งที่เห็นทางสายตาและอารมณ์ ซึ่งเป็นซีนที่ชาววาคานด้าทุกคนมาเกียรติกษัตริย์ “ทีชัลล่า” ซึ่งนักออกแบบคนดังได้นำเอาความเศร้าโศกของชาววาคานด้ามารวมเป็นหนึ่งเดียว ผ่านการปฏิบัติตามประเพณีของชาวแอฟริกัน กับการสวมชุดสีขาวในพิธีงานศพ “ฉันอยากให้เกียรติกับชนเผ่า” คาเตอร์ ชี้ไปยังกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา, ชนเผ่าทูอาเร็ก (Tuareg) ที่เป็นพื้นฐานของชนเผ่าวารี ซึ่งจะสวมผ้าโพกผมสีขาว และเครื่องแต่งกายของเหล่าชนชั้นสูงในชุดขนสัตว์สีขาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ชนเผ่าซูลู (Zulu)” ในแอฟริกาใต้

ส่วนการหามหีบศพสุดวิจิตรของกษัตริย์ “ทีชัลล่า” โดยเหล่านักรบหญิง “โดรา มิลาเจ (Dora Milaje)” ที่นำโดย “โอโคเย่ (Okoye)” นั้น พวกเธอสวมใส่ชุดสีขาวเรียบหรู ที่ดีไซน์ให้เห็นแขนด้านหนึ่ง ขณะที่นักเต้นรำในพิธี ก็ได้สวมเสื้อคล้ายลานเปลือกหอย และกระโปรงดอกหญ้า เป็นการถ่ายทอดถึงการเฉลิมฉลองอย่างตื่นเต้นน่าเร้าใจ ให้กับชีวิตของ “ทีชัลล่า” และอิทธิพลที่เขามีต่อชาววาคานด้า

“มันเป็นการเดินทางจริง ๆ ค่ะ” คาเตอร์  เล่าถึงกระบวนการประดิษฐ์คอสตูมด้วยวิธี “ออร์แกนนิกอย่างสมบูรณ์แบบ” หลังจากที่ทดลองฟอกปาล์มราฟเฟียสำหรับทำกระโปรง เธอก็ได้ปรับแก้มันโดยการใช้เชือกคอสตตอนที่น้ำหนักเบา และเป็นชายรุ่ย เพื่อสร้างกระโปรงดอกหญ้าที่เคลื่อนไหวในพาเลทสีขาวบริสุทธิ์ได้อย่างจับใจ

ด้านราชินี “รามอนด้า (Ramonda)” เธอสวมผ้าโพกศีรษะสตรีประดับด้วยลูกปัด  Isicholo ของราชวงศ์ (Isicholo คือผ้าโพกศีรษะแบบชาวซูลู ซึ่งสตรีที่แต่งงานแล้วสวมใส่ตามแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวแอฟริกาใต้) ชุดเดรสคอปก Bertha ของเธอออกแบบโดย  เจเจ . วาลายา (J.J. Valaya) นักออกแบบเสื้อผ้ากูตูร์ชาวอินเดีย ที่เผยให้เห็นถึงงานปักลูกปัดที่แสนวิจิตรบรรจง

“เธอมีสัญลักษณ์ของชนเผ่าอินเดบีเล (Ndebele) ปรากฏทั่วทั้งชุด มันให้ความรู้สึกที่เป็นทางการและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมเป็นอย่าง” คาร์เตอร์ เผย

ส่วนเจ้าหญิง “ชูริ (Shuri)” (รับบทโดย เลทิเทีย ไรท์) สวมเสื้อคลุมยาวแบบมีฮู้ด ปักด้วยลายรูปหัวใจ ที่แสดงให้เห็นถึงราชวงศ์และสมุนไพรรูปหัวใจ ที่มอบพลังให้กับ “แบล็ก แพนเธอร์” นอกจากนี้ Shuri ยังทำงานร่วมกับ “Tzuri Gueta” ดีไซเนอร์จากปารีส สำหรับการออกแบบสร้อยปลอกคอลูกปัด และต่างหูงาช้างสีขาว ที่แสนงดงามอลังการ

ชุดวอร์มซูเปอร์พาวเวอร์ของ “ชูริ” (SHURI’S SUPERPOWERED TRACKSUIT )

รูธ อี คาร์เตอร์ ได้ร่วมมือกับทีมดีไซเนอร์จากแบรนด์ดัง “อาดิดาส (Adidas)” ซึ่งรวมถึงศิษย์เก่าจากโปรแกรม “S.E.E.D. (School for Experiential Education Design)” ของทางแบรนด์ ที่นำการศึกษาและการดีไซน์สู่ผู้หญิงผิวดำและน้ำตาล และได้ยกระดับนักออกแบบจากชุมชนที่ด้อยโอกาส ด้วยผลงานคัสตอมที่พร้อมใช้งาน

โดยชุดระหว่างปฏิบัติภารกิจจับตัว “ริริ วิลเลี่ยมส์ (Riri Williams)” นักศึกษา M.I.T. ผู้คิดค้นเครื่องติดตามไวเบรเนียม เพื่อความปลอดภัย “ชูริ” จึงสวมชุดวอร์มสีม่วง เพื่อปกปิดตัวตนท่ามกลางหมู่นักศึกษา ซึ่งชุดกีฬาดังกล่าวออกแบบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉดสีม่วงทูโทน สื่อถึงราชวงศ์วาคานด้า และสมุนไพรรูปหัวใจ ส่วนเสื้อแจ๊กเกตนั้นมีซิลูเอท แสดงถึงผ้าคลุมชุดซูเปอร์สูท ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนขณะที่เธอขี่มอเตอร์ไซค์ 

“เราอยากเห็นคอสตูมที่มีตัวตนเหมือนซูเปอร์ฮีโร่จริง ๆ ” คาเตอร์ เผย โดยเธอออกแบบเสื้อคลุมที่มีน้ำหนักอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยเชือกที่ถูกซ่อนไว้ และซิลูเอทแบบคอสูง เพื่อทำให้แจ๊กเกตยังคงเข้าที่ ซึ่งมันพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา “บางครั้งอุบัติเหตุเหล่านั้นก็ได้ผล!” ซึ่งบอกเป็นนัยถึงชุดเสื้อคลุมคอตั้งสูง สีแชมเปญที่ราชินี “รามอนด้า” ใส่ระหว่างรอลูกสาวกลับมา คาเตอร์ บอกว่า “ฉันแบบ โอเค! ทรงคอสูงเป็นแบบของวาคานด้า”

โดรา มิลาเจ บอดี้สูทสีแดง ของ “โอโคเย่” (OKOYE’S DORA MILAJE RED BODYSUIT)

สำหรับชุดที่ “โอโคเย่” สวมใส่ระหว่างปฏิบัติภารกิจกับ “ชูริ” ที่เคมบริดจ์นั้น แน่นอนว่าเธอดูไม่ค่อยกลมกลืนกับคนในมหาวิทยาลัยสักเท่าไหร่ “โอโคเย่” ปรากฏตัวในชุดบอดี้สูทสีแดง ซึ่งเป็นงานคัสตอมจาก “อาดิดาส” เช่นกัน ก่อนสวมทับด้วยเสื้อเบรเซอร์สีดำ  ทั้งนี้ชุดบอดี้สูทสีแดงของนักรบ โดรา มิลาเจ ทำให้นึกถึงชุดเดรสแดงของ “โอโคเย่” ในซีนกาสิโนจาก “แบล็ค แพนเธอร์ ” ภาคแรก มาในชุดภาค 2 นี้ คาเตอร์ บอกว่า “เราออกแบบให้บริเวณด้านหน้าของบอดี้สูทมีความเป็นความวาคันด้ามากขึ้น และมีแถบคาดเหมือนสายรัดตัวบนยูนิฟอร์มของโดรา มิลาเจ”  ซึ่งเธอออกแบบชุดเพียงชิ้นเดียวในการแสดง พร้อมการรองรับกล้ามเนื้อรอบเข่าและต้นขา “ฉันคิดเอาไว้เสมอว่า เมื่อเราเล่าเรื่องราวต่อไปนี้ ทุกคนต้องดำลงไปในน้ำ ฉันจำเป็นต้องทำชุดดำน้ำให้เฮสวมใส่ ซึ่งเป็นชุดที่ให้ความรู้สึกเหมือนนักกีฬาก็ใส่ได้ด้วย” คาร์เตอร์ เปิดใจ

ซาร์ทอเรียล สไตล์ ช่วยเสริมพลังของผู้หญิง (THE WOMEN-EMPOWERING SARTORIAL MOTIF)

ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดเรื่องด้วย “ชูริ” ในชุดคลุมลายตาราง คอสูง เนื้อผ้าบางเบา ดีไซน์แขนสั้นหนึ่งข้างและแขนกุดหนึ่งข้าง สวมทับเดรสขาวด้านใน ในซีนที่เธอพยายามหาทางรักษาพี่ชาย ด้าน “รามอนด้า” มารดาของเธอ เดินเข้าแจ้งข่าวร้าย ในชุดเสื้อคลุมสีน้ำเงิน ดีไซน์เปิดไหล่ ขณะที่กองทัพ “โดรา มิลาเจ” สวมชุดสีขาว ดีไซน์แขนยาวข้างเดียวในพิธีศพ “ทีชัลล่า” รวมทั้งฉากนักรบหญิง “โดรา มิลาเจ” บุกไป UN (สหประชาชาติ) พร้อม “ราชินีรามอนด้า” พร้อมจับทหารรับจ้างชาวฝรั่งเศสที่ออกตามหาไวเบรเนียม ส่งคืนผู้นำประเทศบ้านเกิดของพวกเขาอย่างเฉียบขาด โดยเหล่านักรบหญิงมาในเครื่องแบบสีดำ ดีไซน์ช่วงไหล่แหลมสไตล์ตะวันตก พร้อมประดับผ้าที่ไม่สมมาตรคาดเสื้อรัดรูปด้านบน ด้วยลวดลายกลิ่นอายแอฟริกัน สุดสง่างาม

“เราต้องการแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงนั้นทรงพลัง เปราะบาง และเปิดเผยในบางครั้ง แต่ทว่าก็แข็งแกร่งมากด้วยเช่นกัน” คาเตอร์ ได้อธิบาย รวมทั้งเธอยังได้พูดถึง “ราชินีรามอนด้า” ในชุดเดรสพิวเตอร์ (Pewter) ที่ออกแบบช่วงคอสูงสไตล์วาคานด้า ช่างแขนเปิดไหล่หนึ่งข้าง  ขณะที่เธอประชุมกับเหล่าผู้นำในสภาระหว่างหาทางรับมือกับชาวทาโลคาน “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องราวอันยอดเยี่ยมของผู้หญิง และเราจะทำมันไม่ให้ออกมาเป็นแบบดั้งเดิมได้ยังไง เราสามารถงดงามอย่างมีสุนทรีย์ตามแฟชั่นได้ และบางครั้งเราก็สามารถกระโดดออกจากจุดศูนย์กลางก็ได้ เราสามารถอ่อนแอได้ ด้วยการที่ผิวและแขนของเราถูกเผยให้เห็น มันดูซับซ้อนแต่ก็งดงาม” คาเตอร์ บอกถึงแนวคิดในการดีไซน์

“ราชินีรามอนด้า” ผู้ปกครองมงกุฎ (QUEEN RAMONDA’S RULING CROWNS)

อีกหนึ่งตัวละครที่คอสตูมงดงามทุกชุดที่ปรากฏตัว ต้องยกให้ “ราชินีรามอนด้า” ที่รับบทโดย แองเจลา บาสเซตต์  ซึ่งในบรรดาชุดรางวงศ์ทั้งหมดที่ รูธ อี คาร์เตอร์ ดีไซน์ เธอเองก็ชอบชุดเดรสสีม่วงสุดสง่างาม ที่ “ราชินีรามอนด้า” สวมใส่ตอนต้นภาพยนตร์ ขณะที่ไปปราศรัยต่อ “สหประชาชาติ” โดยเธอสวมเดรสดีไซน์แขนกุดที่สง่างาม คอมพลีทลุคด้วยสร้อยคอสีทอง และผ้าโพกศีรษะสตรี “Isicholo” 3 มิติ  

“ในแบล็ก แพนเตอร์ภาคแรก รามอนด้ารู้สึกเหมือนเป็นราชินี แต่พอภาคนี้ เธอรู้สึกเหมือนเป็นทั้งราชินีและราชา” รูธ อี คาร์เตอร์ เผย เธอต้องการให้การปรากฏตัวครั้งแรกของ “รามอนด้า” ใน “WAKANDA FOREVER” แตกต่างจากการปรากฏตัวใน “แบล็ค แพนเธอร์” ภาคแรก ที่เธอสวมชุดที่นุ่มนวลและมีความเป็นแม่มาก ๆ ระหว่างที่ต้อนรับลูกชายกลับบ้าน แต่ในการปรากฏตัวซีนแรกของเธอใน “WAKANDA FOREVER” นั้น ต้องเป็นดั่งโรงไฟฟ้า และ คาร์เตอร์  ต้องการให้ชุดของเธอนั้นถ่ายทอดถึงความแข็งแกร่ง พร้อมโชว์ให้เห็นถึงการที่ “รามอนด้า” ได้วิวัฒนาการจาก “ราชินีสู่นักปกครอง” คาร์เตอร์ บอกว่า “มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการกำหนดโทนของหนังเรื่องนี้ เพราะเรามีสตรีที่แข็งแกร่งในการดูแลปกครอง การใส่เดรสที่เปิดเผยให้เห็นช่วงแขนนั้น แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความงดงาม ความเปราะบาง และความมั่นใจของเธอ และทุกคนก็รู้ดีกว่า แองเจลา บาสเซตต์ นั้น ที่ท่อนแขนที่ใคร ๆ ก็อิจฉา”

สำหรับเครื่องประดับศีรษะของ “ราชินีรามอนด้า” ดีไซเนอร์คนดังได้ทำงานร่วมกับศิลปิน 3D จากลอสแอนเจลิสและเวียนนา อย่าง Julia Koerner  อีกครั้ง หลังจากที่เธอเคยสร้างสรรค์เครื่องหัวและเสื้อคลุมไหล่สีขาวไอวอรี่ ที่แสนสูงส่งและดูน่าเกรงขามใน “แบล็ก แพนเตอร์” มาแล้ว คาร์เตอร์ เผยว่า “เราทำปกปลอกคอ (collar) สีทอง แทนผ้าคลุมไหล่ขนาดใหญ่ เนื่องจากว่ารามอนด้าได้สวมเดรสที่ดีไซน์แบบไม่มีแขนขณะที่เข้าประชุมทางธุรกิจที่สหประชาชาติ ณ เมืองเจนีวา เรารู้สึกว่าปกปลอกคอเสื้อควรจะเป็นชุดทำงานของเธอ ซึ่งมันโชว์ถึงความแข็งแกร่งของวาคานด้าและไวเบรเนียม”

คาเตอร์ และ Julia ได้ร่วมกันสร้างเครื่องประดับศีรษะที่ลายเส้นสลับซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นกว่าหนังภาคแรก พวกเขาได้เพิ่มองค์ประกอบตกแต่งที่อลังการมากขึ้นด้วย ขณะที่ Douriean Fletcher ช่างทำจิวเวลรี่จากแอตแลนตา ก็ได้กลับมาทำชุดเกราะจิวเวลรี่ที่ทำมือแบบแฮนด์เมด รวมไปถึงชิ้นประดับช่วงหน้าอกของ “รามอนด้า” ด้วย

บทกวีสรรเสริญของ “เนมอร์” ที่ต่อวัฒนธรรมเมโสอเมริกา (NAMOR’S ODE TO MESOAMERICAN CULTURE)

สำหรับ “เนมอร์ (NAMOR)” หรือที่รู้จักกันในนาม “Kukulkan (เทพนาคาขนนก)” ตำนานเทพเจ้าอารยชนมายัน (Mayan Snake God) เจ้าผู้ปกครองนครใต้น้ำ ทาโลคาน (Talokan) และต้องการปกป้องผู้คนของเขาให้ปลอดภัยรวมทั้งเก็บเรื่องราวบ้านเมืองของเขาเป็นความลับจากโลกเบื้องบน ซึ่ง ทาโลคาน เป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองใต้ผิวน้ำ ขับเคลื่อนด้วยไวเบรเนียมเช่นกัน โดยพวกเขาอพยพลงสู่ใต้น้ำ เพราะการล่าอาณานิคมของชาวสเปน ที่ได้นำความโหดร้ายและโรคภัยมาสู่ชาวเมโสอเมริกัน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ซึ่งประเด็นนี้ตรงกับประวัติศาสตร์โลกจริง ไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นเองของมาร์เวล

โดย รูธ อี คาร์เตอร์ และทีมงานของเธอการค้นคว้าอย่างเข้มข้นในเชิงลึกถึง วัฒนธรรมมายัน หลังยุคคลาสสิก “เราต้องพึ่งนักประวัติศาสตร์” เธอกล่าวถึงรายละเอียดของเครื่องแต่งกายที่ต้องมีความแตกต่างจากยุคแอซเท็ก (Aztec) หรือคลาสสิก (Classic) ก่อนหน้านี้ อย่างถูกต้องแม่นยำ สำหรับกางเกงขาสั้น (กางเกงว่ายน้ำ) และสร้อยปลอกคอที่น่าตื่นตาตื่นใจของ “เนมอร์” ได้รวมเอาองค์ประกอบที่ถูกตามประวัติศาสตร์ เช่น เมื่อการล่าอาณานิคมมาถึง ชาวเมโสอเมริกันมักใช้ประโยชน์จากยางในวิธีที่ซับซ้อนเป็นประจำ เหมือนอย่างเช่น เกมฟุตบอลชาวมายัน (Mayan Ball Game) “มันทำให้ฉันได้รับอนุญาตในการใช้วัสดุที่ดูเหมือนยางขึ้นรูปได้คาร์เตอร์ เผย นอกจากนี้ไข่มุกสีน้ำเงินและสีทองบนสร้อยคอของ “เนมอร์” ยังแสดงให้เห็นถึงสายน้ำ พร้อมด้วยงูขนนกขนาดใหญ่ ที่เลื้อยประดับอยู่ตรงกลางสร้อย

“เนมอร์คือซูเปอร์ฮีโร่ (แอนตี้ฮีโร่) ที่เก่าแก่ที่สุดของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (Marvel Cinematic Universe) ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญเมื่อ ไรอัน คูเกลอร์ ตัดสินใจสร้างให้เขากลายเป็นชาวมายัน ซึ่งนั่นทำให้เราต้องนำวัฒนธรรมของชาวมายันในยุคศตวรรษที่ 16 มาด้วย” 

คาเตอร์ กล่าวและรู้สึกตื่นเต้นกับซูเปอร์ฮีโร่ชาวละตินพื้นเมืองคนแรกของ มาร์เวล โดยผู้ที่มารับบทนี้ อย่าง เตนอช เวร์ตา (Tenoch Huerta) ก็เป็นนักแสดงเม็กซิกันเชื้อสายพื้นเมืองด้วยเช่นกัน “เราได้ใช้วัฒนธรรมที่เก่าแก่มาก ๆ ในการบอกเล่าเรื่องราวของเขา ซึ่งเป็นการให้เกียรติแก่ชาวเมโสอเมริกา และชาวละติน มันเป็นการนำซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นชาวเม็กซิกันมาสู่โลก”

 เครื่องหัวมหาสมุทรของ “เนมอร่า” (NAMORA’S OCEANIC HEADPIECE)

ในการออกแบบเครื่องแต่งกายของชาวทาโลคานนั้น รูธ อี คาร์เตอร์ ได้ลงทุนเทคมินิคอร์ส เพื่อลงเรียนหลักสูตร “ชีววิทยาทางทะเล (Marine biology)” พลเมืองที่ว่ายน้ำได้ ก็ควรจะนำสาหร่ายทะเลและพืชน้ำรอบ ๆ ตัวมาดัดแปลงทำเป็นเสื้อผ้าที่สามารถทนทานต่อสภาพใต้น้ำได้เช่นเดียวกับชาวมายัน

เหล่าผู้นำนักรบทาโลคานนั้น สวมเครื่องหัวขนาดใหญ่ ซึ่งมันจำเป็นต้องให้เกียรติกับสภาพแวดล้อมในมหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลของทาโลคานด้วย เมื่อผู้เชี่ยวชาญได้บอกว่าก้างของปลานั้นจะอยู่ตามพื้นมหาสมุทร คาร์เตอร์ จึงได้รวมเอาแนวคิดนั้นเข้ากับนักรบ “อทุมมา (Attuma)” ที่มีเครื่องหัวและเกราะแขนของเขาเป็น “ฉลามหัวค้อน” ส่วน “เนมอร่า (Namora)” ลูกพี่ลูกน้องของ “เนมอร์” สวมใส่ชุดที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยขนนกสีส้มที่แผ่ตัวออกมา ซึ่งเป็นการวาดภาพถึงครีบปลาสิงโตที่มีพิษร้าย “เราคิดกันออกมาว่า เนื่องจากพวกเขาเป็นโลกใต้ท้องทะเลที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นพวกเขาควรจะมีวิธีที่จะให้เกียรติสิ่งที่พวกเขาอาศัยร่วมอยู่ท่ามกลางด้วย” คาร์เตอร์ เปิดใจ

สูทใหม่ของ “แบล็ก แพนเตอร์” เหมือนพี่ชายน้องสาว  (THE NEW BLACK PANTHER SUPERSUIT : Like brother, like sister)

สำหรับ “ชูริ” เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่สร้างสรรค์ชุดขึ้นเอง ดังนั้น รูธ อี คาร์เตอร์ จึงต้องการให้ไฟนอล ลุคของเธอนั้นเต็มไปด้วยดีเทลเฉพาะตัวของ “ชูริ”  ซึ่ง คาเตอร์ เผยว่า “เธอต้องมีชุดสูท นี่คือโมเมนต์สำคัญของหนัง ดังนั้นชุดสูทของเธอไม่เพียงจำเป็นต้องพอดีกับรูปร่างภายนอกเท่านั่น แต่ยังต้องมีความเป็นตัวตนและฉลาดหลักแหลมด้วย”

สำหรับชุดสูท แบล็ก แพนเตอร์ ของ “ชูริ” ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี โดยในชีวิตจริง คาร์เตอร์ ได้นำคอนเซปต์ อาร์ต มาจากทีมพัฒนาวิชวลของมาร์เวล ในภาพสเกตช์แรก ๆ ชุดสูทของ “ชูริ” ถูกออกแบบให้มีปลอกคอเป็นขนสัตว์ที่ดูหรูหรา แต่ก็ถูกยกเลิกไปในท้ายที่สุด และหันไปใช้สไตล์ที่ดูโฉบเฉี่ยวกว่า โดย ไรอัน คูเกลอร์  ผู้กำกับนั้นชื่นชอบสไตล์ที่มีดีเทลประดับประดาด้วยสีเงินและสีทองของไวเบรเนียมเป็นพิเศษ และเธอก็ทำชุดที่นำไอเดียของผู้กำกับมารวมดีไซน์  คาร์เตอร์ เผยว่า “เมื่อคุณมองดูสูทของทีชัลล่า จะเห็นสีเงินน้อยมาก คุณจะเห็นมันเส้นช่วงสะโพก เส้นตรงรองเท้า และตรงสร้อยคอ แต่กับชูริแล้ว มีทั้งตัวไปเลยค่ะ”

“เช่นเดียวกับเหล่าโดรา มิลาเจ เราต้องการชุดเกราะที่ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องประดับ และการที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่หญิงคนนี้ มันรู้สึกดีมากจริง ๆ ที่ได้เห็นสิ่งเหล่านั้น เธอได้รับการประดับประดา ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่กล้ามเนื้อที่แข็งแรงเท่านั้น” คาร์เตอร์ เผย ซึ่งคอสตูม แบล็ก แพนเธอร์ ถูกตัดเป็นพิเศษตามรูปร่างของ เลทิเทีย ไรท์ เช่น ช่วงคอที่สูงขึ้น ให้ดูผอมเพียวและเหมือนแมวมากขึ้น แต่ คาร์เตอร์ ยังคงต้องการให้ชุดนี้ระลึกถึงชุดไอคอนิกของ “ทีชัลล่า” ที่เมื่อคุณดูเนื้อผ้าของชุด “ชูริ” ใกล้ ๆ ก็จะจำได้ว่ามันเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมโอคาวังโก (Okavango) ที่คุ้นเคย มันเป็นรูปทรงเลขาคณิตอันงดงามที่ คาร์เตอร์ เคยออกแบบครั้งแรกให้กับชุดแบล็กแพนเธอร์ ซูเปอร์สูทของ “ทีชัลล่า” และตอนนี้มันถูกนำมาใส่ให้น้องสาวของเขาเช่นกัน “ดังนั้นเมื่อคุณได้มองเห็นเธอ จะรู้สึกว้าว!  เธอเป็นเจ้าหญิงและเป็นแบล็ก แพนเธอร์” ดีไซเนอร์คนดัง กล่าว

“มิดไนท์ แองเจิล โบยบิน” (THE MIDNIGHT ANGEL TAKES FLIGHT)

ส่วนใหญ่เรามักเห็น “โอโคเย่” ในชุด “โดรา มิลาเจ” สีแดง แต่ในภาคนี้เธอได้อัปเกรดชุดเกราะใหม่เป็นครั้งแรก โดย “ชูริ” ที่ได้พัฒนาชุดเกราะ โปรโตไทป์ (Armor Prototype) สีน้ำเงินให้เธอในนามว่า “มิดไนท์ แองเจิล (Midnight Angel)” ซึ่งชุดนี้มีลักษณะอ้างอิงจากคอมิกโดยตรง แต่ รูธ อี คาร์เตอร์  ต้องการปรับแต่งอีกเล็กน้อย เพื่อนำองค์ประกอบความเป็นแอฟริกันที่แท้จริงมาดีไซน์เพิ่ม สำหรับหน้ากากนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดย คาร์เตอร์ ได้ลองหลากหลายเวอร์ชั่นที่นำมาจากส่วนต่าง ๆ ในทวีป “เราเลือกเอาหน้ากากสไตล์ที่เหมือนกันหน้ากากของสาธารณรัฐเบนินหรือแอฟริกาใต้มาก ๆ ซึ่งคุณจะเห็นดวงตาที่เฉียงขึ้น ในรูปตาที่กลม มีเส้นแนวตั้งลากกลางบริเวณปากด้วย  มันให้ความรู้สึกถึงหนังมากกว่าคอมิก”  ส่วนสีฟ้าที่โดดเด่นนั้น คาร์เตอร์ โชว์ให้เห็นถึงสีรุ้ง ที่บริษัท คอสตูม “Film Illusions” ได้พัฒนาวัสดุซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่จะเปลี่ยนจากเฉดสีเขียว ไปสู่สีน้ำเงิน และเป็นสีม่วง เมื่อแสงเปลี่ยนไป

ถือเป็นอีกครั้งที่พิสูจน์แล้วว่า “แฟชั่น” สามารถเป็นได้มากกว่าแค่สไตล์ แต่มันคือการถ่ายทอดวัฒนธรรมพร้อมสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้คนในแต่ละเชื้อชาติได้อย่างทรงคุณค่า เหมือนดังที่ “รูธ อี คาร์เตอร์” ได้นำวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของแอฟริกาและอารยธรรมมายา รวมถึงเรื่องราวของชาวเมโสอเมริกา เพื่อตะโกนบอกว่าในโลกใบนี้มีความงดงามที่หลากหลายจริง ๆ

ภาพ : AP, Marvel Studios /ข้อมูล : ew.com, fashionista.com, www.today.com