สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ว่า ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ( เอสเอ็นบี ) และสำนักงานตรวจสอบทางการเงินแห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์ ( ฟินมา ) ออกแถลงการณ์ว่า ยูบีเอส ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ เตรียมครอบงำกิจการของเครดิตสวิส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่อันดับสองที่กำลังประสบกับปัญหาสภาพคล่อง ด้วยการซื้อหุ้นในราคารวม 3,000 ล้านฟรังก์สวิส ( ราว 110,147.76 ล้านบาท )
BREAKING: UBS agreed to buy Credit Suisse in a historic, government-brokered deal https://t.co/53X0fLvesb pic.twitter.com/lkV90WqitP
— Bloomberg (@business) March 19, 2023
ด้านเอสเอ็นบีจะมอบความสนับสนุนด้านสภาพคล่องให้แก่ทั้งยูบีเอสและเครดิตสวิส รวมเป็นวงเงินสูงสุด 100,000 ล้านฟรังก์สวิส ( ราว 3.6 ล้านล้านบาท ) ขณะเดียวกัน ยูบีเอสเตรียมยอมรับความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการ เป็นวงเงินสูงสุด 5,000 ล้านฟรังก์สวิส ( ราว 183,821.70 ล้านบาท ) และรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมรับผิดชอบเป็นวงเงิน 9,000 ล้านฟรังก์สวิส ( ราว 300,499.98 ล้านบาท ) เพื่อเป็นหลักประกันให้กับการเทคโอเวอร์ ซึ่งน่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ เอสเอ็นบีแสดงความเชื่อมั่นว่า การที่ ยูบีเอส ซื้อกิจการของเครดิต สวิส จะสามารถฟื้นฟูเสถียรภาพให้กับตลาดการเงินโลก และเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์ “ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เคยประสบมาก่อน”
Swiss Finance Minister Karin Keller-Sutter: "The Federal Council also regrets… that [Credit Suisse], which used to be a showcase for Switzerland and part of our strong economy, ended up in this situation" https://t.co/J1mJwchAIx pic.twitter.com/DBLc6OAKiH
— Bloomberg Markets (@markets) March 19, 2023
อนึ่ง ยูบีเอส และเครดิต สวิส จัดอยู่ในกลุ่มสถาบันการเงินรายใหญ่และมีความสำคัญ 30 แห่งแรกของโลก วิกฤติที่เกิดขึ้นกับเครดิต สวิส จึงสร้างความกังวลอย่างหนักให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่า หากไม่สามารถหาทางคลี่คลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลาดการเงินโลกจะได้รับแรงกระเพื่อมไม่ช้าก็เร็ว
ด้าน นายอักเซล เลห์มันน์ ประธานบริหารของเครดิตสวิส กล่าวถึงการควบรวมกิจการกับยูบีเอส “คือทางออกดีที่สุด ณ เวลานี้” โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เครดิต สวิส ขอกู้ยืมจากเอสเอ็นบี มากถึง 50,000 ล้านฟรังก์สวิส ( ราว 1.8 ล้านล้านบาท ) เนื่องจาก ซาอุดี เนชั่นแนล แบงก์ สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเครดิตสวิส ยืนกรานปฏิเสธเพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้มากกว่า 10% ขณะที่บรรดา “ลูกค้ารายใหญ่” ของเครดิต สวิส ยังคงถอนเงินทุนออกอย่างต่อเนื่อง.
เครดิตภาพ : REUTERS



