ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในรัฐเทกซัส รายงานว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีสุนัข 2 ตัว โดนฝูงผึ้งรุมต่อยจนตายในเมืองแมคอัลเลน รัฐเทกซัส โดยผึ้งดังกล่าวเป็นผึ้งสายพันธุ์แอฟริกันผสม ซึ่งมักเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ “ผึ้งนักฆ่า” หรือ “ผึ้งเพชฌฆาต” เนื่องจากพิษที่ร้ายแรงของมัน
ตามรายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ประจำเมือง ได้รับแจ้งเหตุฝูงผึ้งรุมต่อยที่บริเวณอาคารพักอาศัยในเขตที่ 7 เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2566 ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้มีการขอหมายค้น เพื่อหารังผึ้งภายในที่พักอาศัย
เดวอน จอห์นสัน จากหน่วยดูแลและเคลื่อนย้ายฝูงผึ้งให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ฝูงผึ้งที่ก่อเหตุ เป็นผึ้งน้ำหวานสายพันธุ์แอฟริกันผสม ซึ่งคนมักมองว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดุร้าย แต่ความจริงแล้ว พฤติกรรมของพวกมันก็เหมือนผึ้งทั่วไป นั่นคือจะทำร้ายคนหรือสัตว์ก็ต่อเมื่อมันรู้สึกว่าถูกรบกวนหรือมีอันตรายคุกคาม
เธอยังให้ข้อมูลต่อว่า ปกติแล้ว ผึ้งจะมีรอบความทรงจำราว 3 วัน จึงเป็นไปได้ว่า ถ้าหากพวกมันรู้สึกว่าโดนคุกคามจากเครื่องตัดหญ้าในวันหนึ่ง พวกมันก็อาจจะแสดงอาการดุร้ายต่อคนหรือสัตว์อื่น ๆ ในวันต่อมา
อย่างไรก็ตาม จอห์นสัน กล่าวว่า การรุมต่อยครั้งนี้ถือว่าผิดปกติ เพราะผึ้งสายพันธุ์นี้ไม่มีพฤติกรรมบินออกนอกเส้นทางการหากินของมัน เพื่อทำร้ายสัตว์อื่น อีกทั้งสุนัขทั้งสองตัวที่โดนต่อย ก็อยู่ภายในลานยกพื้นซึ่งมีรั้วล้อมไว้ในอีกด้านหนึ่งของอาคาร
เนื่องจากเจ้าของบ้านปฏิเสธเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ไม่ยอมให้เข้าไปตรวจดูในที่พักอาศัย จึงต้องมีการขอหมายค้นจากศาล และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจจนเจอรังผึ้ง ก็พบว่ามีการฉีดพ่นโฟมกลบทั้งรังจนมิด
ผึ้งเพชฌฆาตนี้ เป็นผึ้งหวานสายพันธุ์ที่ผสมกันระหว่างผึ้งน้ำหวานพันธุ์ยุโรป กับผึ้งน้ำหวานพันธุ์แอฟริกันแท้ ซึ่งเป็นผลจากการทดลองในบราซิลเมื่อหลายทศวรรษก่อน และต่อมาผึ้งเหล่านี้ ได้อพยพเข้ามาหากินในสหรัฐอเมริกา ปกติแล้ว ฤดูที่มีผึ้งชุกชุมจะอยู่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม
ผึ้งเหล่านี้มีความอ่อนไหวและมักแสดงอาการข่มขู่ เมื่อมันรู้สึกว่าสิ่งใดเป็นอันตรายต่อรังของพวกมัน บางครั้ง เสื้อบางสีหรือน้ำหอมบางกลิ่น ก็ไปกระตุ้นความรู้สึกว่า โดนคุกคามอันตรายของพวกมันได้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอเมริกันแนะนำว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่กลายเป็นการรบกวนรังผึ้ง จนฝูงผึ้งแสดงอาการดุร้าย ไล่ต่อย ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ควรหาสิ่งของหรืออุปกรณ์คลุมศีรษะไว้แล้ววิ่งหนีให้ไกล จากนั้นหาที่ซ่อนตัว และอย่าแกว่งหรือโบกแขนไปมา
แหล่งข่าว : foxnews.com
เครดิตภาพ : Pixabay / Myriams-Fotos



