เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ต่อยอดการพัฒนาผู้เรียน” ให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 180 แห่ง ในการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. โดยมีนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รวมถึงผู้บริหารในสังกัด สศศ. ได้แก่ ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษ ผอ.โรงเรียนการศึกษาพิเศษ และ ผอ.โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ และคณะทำงานจาก สศศ. สพฐ. เข้าร่วมกว่า 200 คน ณ โรงแรมรอยัล ชิตี้ บางพลัด กรุงเทพมหานคร

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมดังกล่าวเพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับทราบนโยบายการขับเคลื่อนการบริหารสถานศึกษา สู่ความสำเร็จตามบริบทพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการใช้พื้นที่เป็นฐานนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงรุก Active Learning โดยขอฝากในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ต้องให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญยิ่งของเป้าหมายการศึกษาชาติ ผ่านการจัดกิจกรรมบูรณาการการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างมีความหมาย สนุกกับการเรียนรู้ และต้องน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ลงสู่การปฏิบัติให้กับนักเรียนทุกคนซึ่งเป็นแก่นหลักของการพัฒนาคน รวมทั้งเสริมการขับเคลื่อนด้วยนโยบายของ รมว.ศธ. และ KPI ของ เลขาธิการ กพฐ. ซึ่งนักเรียนในสังกัด สศศ. มีความหลากหลาย มีบริบทและความพร้อมที่แตกต่างกัน ดังนั้น KPI ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม แต่ละคนจึงแตกต่างกันออกไป จึงควรจะเติมและดึงศักยภาพของนักเรียนตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ เป็นสำคัญ
ในส่วนของบันทึกหลังสอน ควรเน้นการวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อเติมเต็มให้นักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อนในเรื่องที่สอนในแต่ละคาบ ทำ PLC แก้ไขปัญหาการเรียนรู้กับนักเรียนร่วมกับครูท่านอื่น เพื่อเป็นการรวมครูเพื่อนักเรียน แล้วรายงานผลการดำเนินการอย่างง่ายด้วย Abstract 1 หน้า และปลดรั้วโรงเรียน ร่วม PLC แบ่งปันสิ่งดี และหนุนเสริมความเข้มแข็งจาก ศน. เข้ามาช่วยเติมเต็ม พร้อมทั้งมุ่งเน้นให้นักเรียนของการศึกษาพิเศษมีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพที่หลากหลาย เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกันออกไป จึงควรให้โอกาส เปิดเวที สร้างประสบการณ์แก่นักเรียนให้ตรงกับความถนัด ความสนใจ โดยมีโรงเรียนทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนอย่างเต็มที่ และนักเรียนจะเป็นผู้กำหนดหรือเลือกอาชีพด้วยตัวเอง และสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ นอกจากนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาคือฟันเฟืองที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา เพราะต้องเป็นผู้ที่นำให้คิด พาให้ทำ ผู้บริหารยุคใหม่ต้องเป็นผู้นำทางวิชาการ ต้องศึกษาพัฒนาให้รู้จริง สามารถแนะนำในสิ่งที่ถูกต้องได้ อธิบายให้ความรู้อย่างชัดเจน ต้องชี้ให้ถูกทาง และต้องสร้างเครือข่ายให้หลากหลาย ทั้งชุมชน ผู้ปกครอง วัด และหน่วยงานจากภายนอก เพื่อสร้างโอกาสให้นักเรียนในทุก ๆ ช่องทาง ทุก ๆ มิติ เพราะ “การสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้น คือ การสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน”
“จากการลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียน การดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ และจากผลงานของนักเรียน ในโรงเรียนสังกัด สศศ. มีตัวอย่างโรงเรียนที่น่าชื่นชมมากมาย ทำให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู รวมถึงผู้ปกครองและชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลจากการขับเคลื่อนตามนโยบายที่ขันแข็งของ สศศ. ดิฉันเชื่อในความเป็นการศึกษาพิเศษไทย หัวใจนำทาง นำไปสู่ความทุ่มเทเสียสละ พัฒนานักเรียนด้วยใจเป็นรายบุคคล และร่วมกันดึงศักยภาพนักเรียน ให้ดูแลตนเองได้สมบูรณ์ทั้งใจและกายที่นำพาตนเองไปสู่จุดที่ดูแลครอบครัวได้ ต้องขอบคุณทุกคนที่ทำให้ได้เห็นภาพความสำเร็จนี้ในการศึกษาพิเศษ เรามาร่วมกันทำให้เกิดขึ้นทุกที่ในประเทศไทยกันค่ะ” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว.



