โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน หากเป็นโรคไข้หวัดธรรมดาทั่วไปก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก เพราะสามารถหาซื้อยารักษาได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ถ้าหากโรคที่เกิดขึ้นเป็นโรคร้ายที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอักเสบ หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ถ้าเราไม่ได้มีเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ก็อาจไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

การทำประกันสุขภาพ (Health insurance) จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ เพราะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่โรงพยาบาลที่ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น ค่าห้อง ค่ายา หรือค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการเข้ารับการรักษาในระดับที่ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ซึ่งรวมกันแล้วอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักหมื่นไปถึงหลักแสนบาท ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกต่อไป

สำหรับใครที่ยังไม่มีประกันสุขภาพ แล้วต้องการทำประกันสุขภาพให้กับตนเอง หรือคนในครอบครัว เรามี 4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำประกันสุขภาพมาฝาก เพื่อที่จะได้ช่วยให้คุณหาประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเองได้มากที่สุด จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย!

รวม 4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำประกันสุขภาพ

การทำประกันสุขภาพมีข้อมูลที่จะต้องศึกษาค่อนข้างมาก ซึ่งคนที่เพิ่งเริ่มทำประกันสุขภาพครั้งแรก อาจไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นดูข้อมูลส่วนไหนดี แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราได้สรุป 4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำประกันสุขภาพมาให้แล้ว ซึ่งคุณสามารถหาประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเองด้วยการทำเช็กลิสต์จาก 4 ข้อนี้ได้เลย

1. ประกันสุขภาพต้องสำรองจ่ายก่อนหรือไม่
หากคุณทำประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาสูงเป็นสิบล้าน แต่จำเป็นต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกทีหลัง ก็คงไม่มีประโยชน์ต่อความมั่นคงทางการเงินสักเท่าไหร่ เพราะคุณก็ยังจำเป็นต้องสำรองเงินเก็บ หรือวงเงินบัตรเครดิตไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาลอยู่ดี แนะนำให้เลือกทำประกันสุขภาพ ไม่ต้องสำรองจ่าย* จะดีกว่า ซึ่งในปัจจุบันจะมีประกันสุขภาพ โดยที่ไม่ต้องสำรองจ่าย สำหรับผู้ป่วยในด้วย

*ตามเงื่อนไขที่กำหนดกับโรงพยาบาลคู่สัญญา

2. หลังซื้อประกันสุขภาพแล้ว เริ่มคุ้มครองตอนไหน
หลังจากที่เราซื้อประกันสุขภาพแล้ว จะยังไม่เริ่มคุ้มครองทันที แต่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระเบี้ยประกันไปก่อนตามเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ เราเรียกช่วงเวลานี้ว่า “ระยะเวลารอคอย” ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตยังไม่ให้ความคุ้มครองการเจ็บป่วยต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้เอาประกันภัย โดยแต่ละเจ้าจะมีระยะเวลารอคอยที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแผนประกัน

3. ประกันสุขภาพมีกี่หมวด
ประกันสุขภาพ สามารถแบ่งความคุ้มครองหลักได้ทั้งหมด 7 หมวด ดังนี้

  1. ค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองครอบคลุมค่าห้องและค่าอาหาร ค่าบริการทั่วไป ค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หลังการเกิดอุบัติเหตุ
  2. ค่าใช้จ่ายจากการผ่าตัด คำปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัด
  3. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์มาดูแล
  4. ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาที่คลินิก หรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล
  5. ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
  6. ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟัน
  7. การชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริการโดยพยาบาลพิเศษขณะอยู่ในโรงพยาบาล หรือที่บ้านภายหลังจากการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์

    อ้างอิง: คปภ.

4. เบี้ยประกันเท่าไหร่ ต้องชำระแบบรายเดือน หรือรายปี
สิ่งสุดท้ายที่คุณจำเป็นต้องรู้ก็คือ ค่าเบี้ยประกันของประกันสุขภาพ และรูปแบบการชำระเงิน ซึ่งจะมีทั้งการชำระเบี้ยประกันแบบรายเดือน และชำระเบี้ยประกันแบบรายปี โดยสามารถชำระเบี้ยประกันได้ทั้งเงินสดหรือหักผ่านบัตรเครดิต ซึ่งคุณสามารถเลือกช่องทางการชำระเงินตามที่คุณสะดวก อย่างไรก็ตามคุณจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วนำมาเปรียบเทียบกับรายรับของตนเองว่า สามารถชำระค่าเบี้ยประกันได้ตลอดอายุสัญญาหรือไม่ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำประกันสุขภาพที่เรานำมาแนะนำในบทความนี้ จะเห็นได้ว่า การหาประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเองไม่ยากอย่างที่คิด ใครที่กำลังมองหาประกันสุขภาพอยู่ สามารถดูได้จาก 4 ข้อนี้ได้เลย รับรองว่าจะได้ประกันสุขภาพเหมาะสมกับตัวเอง และตอบโจทย์ความต้องการอย่างแน่นอน