สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า สำนักงานเลขาธิการโลกสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรของอินเดีย ออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิกถอนสิทธิการดำรงตำแหน่งสมาชิกของนายราหุล คานธี ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคคองเกรส โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา


ด้านคานธี วัย 52 ปี กล่าวว่า เพื่อต่อสู้เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นให้กับชาวอินเดีย เขาพร้อมรับมือกับผลกระทบทุกเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามมา ขณะที่พรรคคองเกรสออกแถลงการณ์ประณามการตัดสิทธิทางการเมืองต่อคานธีอย่างหนัก และเตรียมร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งกล่าวว่า พรรคภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี “มีความหวาดกลัว” ต่อคานธี


แม้ปัจจุบันพรรคคองเกรสครองที่นั่งในโลกสภาไม่ถึง 10% เนื่องจากที่เหลือเป็นการครองเสียงข้างมากแบบแทบผูกขาดโดยพรรคบีเจพี แต่มีการวิเคราะห์ว่า การต้องพ้นจากตำแหน่งของคานธี จะมีผลต่อพรรคคองเกรส ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2567 และอาจกลายเป็นชนวนของเหตุรุนแรงทางการเมืองครั้งใหม่ เมื่อรัฐหลายแห่งทางเหนือและตะวันออกของอินเดีย ที่เป็นฐานเสียงของพรรคคองเกรส เตรียมจัดการประท้วง


ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นที่เมืองอัห์มดาบาด ในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย มีคำพิพากษา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ให้นายคานธีรับโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี จากความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท “ชาวอินเดียซึ่งมีสนามสกุลโมดี” จากการปราศรัยหาเสียง ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเดือน เม.ย. 2562 โดยในเวลานั้น คานธีกล่าวว่า “ทำไมคนอินเดียที่ทุจริตต้องมีนามสกุลโมดี” ซึ่งทนายของคานธี ยืนกรานว่า สื่อถึงนักธุรกิจ 2 คน ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี


อย่างไรก็ตาม นายปูร์เนช โมดี หนึ่งในสมาชิกพรรคบีเจพีของโมดี เป็นผู้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่า คำกล่าวของคานธี สร้างความเสื่อมเสียให้กับชาวอินเดียทุกคน “ที่มีนามสกุลโมดี” อนึ่ง คานธีซึ่งได้รับการประกันตัว มีเวลาอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลภายในระยะเวลา 30 วัน.

เครดิตภาพ : REUTERS