นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัญหาสงครามตะวันออกกลางแม้จะเพิ่งเกิดแค่เดือนเดียว แต่กระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาก และมากที่สุดนับตั้งแต่ผ่านช่วงการแพร่ระบาดโควิดมา ดังนั้น ปัญหาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลจะมองข้ามไม่ได้ เพราะบทเรียนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เกิดขึ้นมา 4 ปีแล้วและถึงวันนี้ก็ยังไม่สิ้นสุดเลย ดังนั้น อยากเสนอ 5 ข้อให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขโดยด่วน
- การแทรกแซงต้นทุนพลังงานและการบิน ด้วยการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินและค่าธรรมเนียมสนามบินชั่วคราว เพื่อไม่ให้ผลักภาระไปยังผู้โดยสาร พร้อมเร่งแก้ปัญหาการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงทุกพื้นที่
- การปรับแผนทำตลาด โดยอยากให้รัฐบาลหันมาเน้นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ ด้วยการเร่งแคมเปญกระตุ้นตลาดอาเซียน จับมือสายการบินในภูมิภาคเพิ่มเส้นทางและความถี่ รวมถึงเจาะตลาดออสเตรเลียซึ่งมีเส้นทางบินที่ไม่ผ่านพื้นที่ขัดแย้ง เช่นเดียวกับตลาดรัสเซียก็เป็นโอกาสทองที่ไทยไม่ควรพลาด เพราะรัสเซียได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประชาชนมีกำลังซื้อมาก และยังมีความผูกพันกับไทยอยู่มาก ขณะที่ตลาดจีนและอินเดียก็จำเป็นต้องเร่งดึงกลับเข้ามาให้ได้โดยเร็ว
- แนวทางต่อมา การออกมาตรการกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ด้วยการให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงทำโครงการลักษณะเที่ยวคนละครึ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากผู้ประกอบการ มาตรการเหล่านี้ช่วยดึงกลุ่มคนไทยที่มีกำลังซื้อสูงซึ่งปกติเดินทางไปต่างประเทศ ให้หันมาใช้จ่ายในประเทศแทน และกระจายรายได้ไปสู่เมืองรองที่ได้รับผลกระทบหนัก
- รัฐบาลจำเป็นต้องตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะดินแดนแห่งความสงบสุข ในยามที่หลายภูมิภาคของโลกเผชิญความไม่แน่นอน เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรับรู้
- ข้อสุดท้ายเป็นข้อเสนอระยะกลาง คือการพิจารณาปลดล็อกกฎระเบียบการถือครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ เนื่องจากไทยมีคอนโดมิเนียมเหลือค้างสต็อกในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญมาก หากสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นทรัพย์สินที่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้ พร้อมกับขยายสิทธิ์การถือครองระยะยาว ก็จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อีกทาง เหล่านี้ถือเป็นเรื่องอยากให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาเร่งทำโดยด่วน



