จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (23 ก.ค.69) ทาง ก.ล.ต. ได้ส่งเรื่องกล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย (นายสกลกรย์ สระกวี และ นายทวีทรัพย์ ราวรรณ์) ต่อ บก.ปอศ. กรณีร่วมกัน “แจ้งข้อความและลงข้อมูลอันเป็นเท็จ” ในรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (แบบรายงาน ดจ. 1) ต่อ ก.ล.ต. ช่วงเดือน พ.ค. – ต.ค. 2564 นั้น

ด้าน Bitkub ออกมาชี้แจงทันทีว่า ทรัพย์สินของลูกค้าทุกคนปลอดภัย 100% เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อป้องกัน Bank Run โดยผู้ก่อตั้งได้นำเงินส่วนตัวซื้อเหรียญคืนครบถ้วนแล้ว

สำหรับเรื่องนี้หากสรุปง่ายๆก็ คือ ฝั่ง ก.ล.ต.โจทก์กล่าวโทษผิด ม.76 และ ม.88(2)

ต้นเหตุ: ช่วง พ.ค. 2564 Bitkub ถูกแฮกสินทรัพย์ดิจิทัลไป 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท

ข้อหา: ในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (ดจ. 1) ระหว่างวันที่ 10 พ.ค. – 30 ต.ค. 2564 กลับ “ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ”

ความผิด: ก.ล.ต. มองเป็นการแจ้งข้อความเท็จและลงข้อความเท็จในเอกสารนิติบุคคล เพื่อลวงให้เชื่อว่าทรัพย์สินลูกค้ายังอยู่ครบปกติ จึงกล่าวโทษ Bitkub และ 2 อดีตกรรมการต่อ บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีทางอาญา

ฝั่ง Bitkub ชี้แจงพร้อมเหตุผลประกอบ

ทำไมถึงไม่แจ้งตอนนั้น

บริษัทตั้งใจชะลอการเปิดเผยข้อมูล เพื่อป้องกันการเกิด Bank Run (การที่ลูกค้าแห่มาถอนเงินพร้อมกัน) ซึ่งอาจสร้างความเสียหายวงกว้างต่อระบบและอุตสาหกรรมคริปโทฯ ในไทยช่วงนั้น

ลูกค้าเสียหายไหม

ไม่เสียหายเลย แม้จะยังตามเหรียญคืนไม่ได้ แต่กลุ่ม Co-Founders ได้ใช้เงินส่วนตัวซื้อเหรียญมาเติมคืนบริษัทจนครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2564 ซึ่ง ก.ล.ต. ได้เข้าตรวจสอบแล้วว่า ณ ปัจจุบัน ทรัพย์สินลูกค้าปลอดภัยและครบถ้วน 100%

มาตรการปัจจุบัน

  • ยกระดับความปลอดภัยจนติด Top 20 ของโลก ด้าน Cryptocurrency Exchange จาก Cer.Live
  • ได้รับมาตรฐาน ISO 27001 / ISO 27701 / SOC 2
  • ฝากสินทรัพย์ไว้กับ Custody ระดับโลกอย่าง BitGo และ Coinbase Custody
  • ดำเนินคดีกับผู้แฮกตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2564 และมีกรรมการอิสระร่วมตรวจสอบความโปร่งใส

ขั้นตอนถัดไปจะเป็นอย่างไร

คดีนี้เข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เรียบร้อยแล้ว โดยมีลำดับขั้นตอนดัง

1.พนักงานสอบสวน (บก.ปอศ.): ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

2.พนักงานอัยการ: พิจารณาสั่งฟ้องคดี

3.ศาลยุติธรรม: พิจารณาตัดสินตามข้อกฎหมายต่อไป