จุดเริ่มต้นต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ในช่วงเวลานั้น ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) ได้ประสบเหตุถูกโจมตีทางไซเบอร์ (Cyberattack) เป็นเหตุให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวน 16 สกุล ถูกโจรกรรมออกไปจากระบบ มีมูลค่ารวมสูงถึง ประมาณ 1,700 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้น ไม่มีการประกาศแจ้งเหตุการณ์ดังกล่าวต่อสาธารณชนหรือรายงานผลกระทบต่อหน่วยงานกำกับดูแลทันที จนกระทั่งในเวลาต่อมา พบข้อมูลว่า Bitkub ได้จัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองเข้ามาทดแทนส่วนที่ถูกโจรกรรมไปจนครบถ้วนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564
[ ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub ]
- จากการตรวจสอบเชิงลึกของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ในระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 Bitkub ไม่ได้รายงานผลกระทบจากเหตุโจรกรรมดังกล่าวในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ.1) ที่ต้องส่งให้ ก.ล.ต.
- ข้อสังเกตจาก ก.ล.ต. พบว่า เอกสารรายงาน ดจ.1 ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินของ Bitkub มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ ก.ล.ต. หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้อย่างถูกต้องและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น
- ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) รวม 3 ราย ได้แก่
1.บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub)
2.นายสกลกรย์ สระกวี (อดีตกรรมการ)
3.นายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ (อดีตกรรมการ)
ฐานความผิดตามกฎหมาย ได้แก่
- มาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ : ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต.
- มาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ : ฐานลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงให้ ก.ล.ต. หลงเชื่อ
- มาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 : ความรับผิดของกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงาน
ขั้นตอนหลังจากนี้ การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญา โดยเจ้าพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. จะทำการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำเสนออัยการพิจารณาฟ้องร้องต่อศาลต่อไป
[ Bitkub ชี้แจง เปิดเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจปี 64 ]
ภายหลังการประกาศกล่าวโทษของ ก.ล.ต. บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงทันที เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการและนักลงทุน โดยสรุปสาระสำคัญได้ 3 ประเด็นหลัก
1) สินทรัพย์ลูกค้า Safe 100%
Bitkub ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายปลอดภัยและได้รับการดูแลครบถ้วน 100% เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2564 ทางบริษัทได้นำสินทรัพย์ของบริษัทเข้ามาชดเชยและทดแทนทั้งหมดแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ส่งผลให้ไม่มีผู้ใช้บริการคนใดได้รับความเสียหายทางเงินแม้แต่บาทเดียว
2) เหตุผลที่ไม่เปิดเผยข้อมูลทันที (ป้องกัน Bank Run)
บริษัทอธิบายเหตุผลย้อนหลังว่า ในขณะเกิดเหตุเมื่อปี 2564 ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอยู่ในภาวะผันผวนสูง หากมีการประกาศข่าวเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ออกไปในทันที อาจส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง (Panic) และเกิดภาวะการแห่ถอนสินทรัพย์อย่างรุนแรง (Bank Run) ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินและผู้ลงทุนในภาพรวม บริษัทจึงเลือกแก้ปัญหาภายในและนำเงินทุนมาเติมชดเชยให้ครบถ้วนก่อน
3) พร้อมร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม
Bitkub และอดีตผู้บริหารน้อมรับและเคารพการทำงานของ ก.ล.ต. พร้อมย้ำว่าจะให้ความร่วมมือกับ บก.ปอศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อชี้แจงบริบท ข้อเท็จจริง และเจตนาในการดำเนินงานช่วงเวลาดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

กรณีนี้สะท้อนถึง “ความเข้มงวดในการกำกับดูแล” ของ ก.ล.ต. ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ความซื่อสัตย์ในการรายงานข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าบริษัทจะสามารถชดเชยความเสียหายให้ลูกค้าได้หรือไม่ก็ตาม
แม้ในแง่ของธุรกิจ Bitkub จะปกป้องเงินลูกค้าได้สำเร็จและไม่มีใครสูญเสียเงินจริง แต่ในแง่ของกฎหมายการเงินและกำกับดูแล การส่งรายงานเท็จต่อหน่วยงานรัฐถือเป็นความผิดทางอาญาที่เป็นเรื่องสากล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบที่ผู้กำกับดูแลไม่สามารถประเมินได้ทันท่วงที
ข้อควรรู้สำคัญของนักลงทุน :
- นักลงทุนและผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Bitkub ในปัจจุบัน เหตุการณ์นี้เป็นคดีทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับการยื่นรายงานเอกสารในอดีต (ปี 2564) ซึ่งบริษัทได้สำรองเงินชดเชยไปแล้วตั้งแต่นั้นมา
- ปัจจุบันศูนย์ซื้อขายยังคงเปิดให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของกระบวนการสอบสวนทางคดีอาญาของ บก.ปอศ. ต่อไป
ที่มาข้อมูล: ก.ล.ต. และ Bitkub (บิทคับ)



