สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า นายซุน เว่ยตง รมช.การต่างประเทศจีน พบหารือกับ นางเทเรซา ลาซาโร ปลัดกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ด้านกิจการทวิภาคี และกิจการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ที่กรุงมะนิลา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


สำหรับประเด็นสำคัญของการหารือเกี่ยวข้องกับกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศคู่ขัดแย้งหลักของรัฐบาลปักกิ่ง โดยเฉพาะน่านน้ำรอบหมู่เกาะพาราเซล และหมู่เกาะสแปรตลีย์ ทั้งนี้ ซุนกล่าวว่า ประเด็นเกี่ยวกับอาณาเขตทางทะเล คือส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อพื้นฐานของความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน “ซึ่งไม่อาจมองข้ามได้”


ขณะที่ ลาซาโร กล่าวว่า จีนกับฟิลิปปินส์เห็นพ้องต้องกัน ว่าการคลี่คลายข้อพิพาทที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องเป็นการหารือร่วมกันตามแนวทางการทูต ไม่ใช่การข่มขู่และบีบบังคับจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด


อนึ่ง การเยือนกรุงมะนิลาของเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงจากจีนในครั้งนี้ เกิดขึ้นประมาณ 1 สัปดาห์ หลังประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ยืนยัน “การขยายขอบเขตเพิ่มเติม” ให้แก่สหรัฐ ในการเข้าถึงฐานทัพอีก 4 แห่ง ภายใต้ข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม ( อีดีซีเอ ) ซึ่งทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2557 ว่า ฐานทัพอีก 4 แห่ง “จะกระจายกันอยู่รอบฟิลิปปินส์”


ทั้งนี้ มาร์กอส จูเนียร์ ขยายความว่า ฐานทัพบางแห่งจะตั้งอยู่ทางเหนือ ฐานทัพบางแห่งตั้งอยู่ใกล้กับเกาะปาลาวัน และฐานทัพบางแห่งจะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ โดยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ “ภายในอนาคตอันใกล้นี้”


การเพิ่มจำนวนฐานทัพสหรัฐในฟิลิปปินส์อีก 4 แห่ง ตามกรอบของอีดีซีเอ จะทำให้ในอนาคตฟิลิปปินส์มีฐานทัพสหรัฐตั้งอยู่ในประเทศเพิ่มเป็นอย่างน้อย 9 แห่ง โดยแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของฟิลิปปินส์เคยกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันขอเข้าถึงพื้นที่ทางเหนือสุดของเกาะลูซอน ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะไต้หวันมากที่สุด และเกาะปาลาวันที่อยู่ทางตะวันตก ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ หนึ่งในพื้นที่พิพาททางยุทธศาสตร์ของทะเลจีนใต้ด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS