เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.พศวัต ศรีสุขโข สว.กก.1 บก.ปคม. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.สุดารัตน์ อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2834/2569 ลงวันที่ 18 พ.ค. 2569 ข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันกระทำความผิดร้ายแรงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน โดยความผิดที่กระทำในเขตแดนของรัฐมากกว่าหนึ่งรัฐ และร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย “ซ้อโรส” พร้อมผู้ร่วมขบวนการรวม 5 ราย หลังพบพฤติการณ์หลอกลวงคนไทยผู้มีรายได้น้อยให้เดินทางไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา ด้วยข้อเสนอรายได้สูง งานสบาย และมีสวัสดิการฟรี

เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปถึงกลับถูกนำตัวไปกักขังภายในสแกมคอมพาวด์ และถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงในรูปแบบโรแมนซ์สแกม หรือชักชวนเหยื่อลงทุนผ่านเว็บไซต์ปลอม หากไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้าหมายจะถูกทำร้ายร่างกายด้วยการช็อตไฟฟ้าและทุบตี โดยเครือข่ายดังกล่าวมีรายได้จากการกระทำผิดสูงถึง 7-12 ล้านบาทต่อเดือน

จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าวรวม 8 ราย และสามารถติดตามจับกุมไปได้แล้ว 6 ราย กระทั่งสามารถตามจับกุม น.ส.สุดารัตน์ ผู้ต้องหารายสำคัญของขบวนการได้เพิ่มเติม

จากการสืบสวนพบว่า น.ส.สุดารัตน์ เป็นแม่ทีมแก๊งสแกมเมอร์ และเป็นผู้ต้องหารายที่ 6 จากทั้งหมด 8 ราย ที่ร่วมขบวนการหลอกคนไทยข้ามแดนไปกักขังและบังคับทำงานในพื้นที่จังหวัดตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา อีกทั้งยังเป็นมือทำงานคนสำคัญของนายกิตติกร หรือ “ซ้อโรส” หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ชาวไทย โดยมีบทบาทควบคุมดูแลทีมงานภายในออฟฟิศสแกมเมอร์

ภายหลังเครือข่ายถูกเจ้าหน้าที่กวาดล้าง น.ส.สุดารัตน์ ได้หลบหนีกลับเข้ามาในประเทศไทย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสืบทราบแหล่งกบดานและรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลเข้าตรวจค้น จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.