เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้ลงพื้นที่ติดตามการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ในวันสอบคัดเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประเภทห้องเรียนทั่วไป โรงเรียนเทพมงคลรังษี สพม.กาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน โดยมีผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู ร่วมต้อนรับและติดตามในครั้งนี้ด้วย

สำหรับโรงเรียนเทพมงคลรังษี เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบสหศึกษา ในสังกัด สพม.กาญจนบุรี เปิดการจัดการเรียนรู้ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ปัจจุบันมีนักเรียนรวมจำนวน 1,796 คน และมีผู้บริหาร ครูและบุคลากร รวมจำนวน 115 คน ตั้งอยู่ที่ ถนนเจ้าขุนเณร ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ผู้อำนวยการโรงเรียน คือ นายสมพงษ์ เตชรัตนวรกุล โดยกระบวนการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2566 ทางโรงเรียนได้จัดทำปฏิทินการรับนักเรียนตามแนวนโยบายการรับนักเรียน และปฏิทินที่ สพฐ. กำหนด ซึ่งมีแผนการรับนักเรียน แบ่งเป็น ชั้น ม.1 ห้องทั่วไปจำนวน 10 ห้อง สามารถรับนักเรียนได้ 400 คน และห้องเรียนพิเศษ “เพชรนนทรี” จำนวน 3 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้ 90 คน ส่วนชั้น ม.4 ห้องทั่วไปจำนวน 8 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้ 320 คน และห้องเรียนพิเศษ “เพชรนนทรี” จำนวน 2 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้ 60 คน

โดยขณะนี้ การรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษ “เพชรนนทรี” ได้ดำเนินการจบสิ้นแล้ว มีนักเรียนรายงานตัวแล้ว ม.1 จำนวน 62 คน และ ม.4 จำนวน 45 คน นอกจากนั้น โรงเรียนได้รับนักเรียนในระดับชั้น ม.4 ที่เป็นนักเรียนโรงเรียนเดิมเพื่อเข้าศึกษาต่อซึ่งรายงานตัวและรับไว้แล้วเป็นจำนวน 178 คน โดยนักเรียนที่เข้าร่วมการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในวันนี้ เป็นการรับนักเรียนเพิ่มเติมให้ครบจำนวน 320 คน ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งการประกาศผล รายงานตัว และการมอบตัวนักเรียนจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 2 เมษายน 2566 ทั้งนี้หากจำนวนนักเรียนยังไม่ครบตามจำนวนที่ต้องการ จะมีการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ในรอบสองต่อไป

รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจเยี่ยมในวันนี้ สิ่งที่ชื่นชมคือการเปิดห้องเรียนพิเศษ “เพชรนนทรี” ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ปกครองจำนวนมาก โดยโรงเรียนสามารถจัดการศึกษาให้กับนักเรียนให้มีความสามารถเข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมต่างๆ จนได้รับรางวัลมากมาย และนักเรียนสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศได้ รวมถึงการจัดแผนการเรียนที่มีความหลากหลาย ตามความต้องการของผู้ปกครอง ความสนใจและความถนัดของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็น ห้องเรียนพิเศษ “เพชรนนทรี” ที่เน้นวิชาวิทยาศาสตร์และวิชาคณิตศาสตร์ ห้องเรียนสี่เหล่าทัพ ห้องเรียนพยาบาล/สาธารณสุข ห้องเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน-ภาษาญี่ปุ่น ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนดนตรี-นาฏศิลป์ ห้องเรียนอาชีพ และห้องเรียนศักยภาพด้านกีฬา ที่ส่งเสริมนักเรียนที่มีความโดดเด่นด้านกีฬา โดยเฉพาะกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิง มีทีมนักกีฬาเก็บตัวเพื่อฝึกซ้อมแบบพักนอนที่โรงเรียน จำนวน 34 คน และในปีการศึกษา 2566 จะมีนักเรียนที่เข้าร่วมทีมนักกีฬาเพิ่มเติมอีกจำนวน 20 คน โดยนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับทีมนักกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิงของโรงเรียน ได้แก่ นางสาวชลันทร ตงธิ นักเรียนชั้น ม.5 เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และ 20 ปี เข้าแข่งขันระดับนานาชาติ และได้เข้าร่วมทีมกับสโมสรไดมอนด์ ฟู๊ด นอกจากนี้ยังมีนักกีฬาอีก 3 คน ที่ได้มีโอกาสติดทีมชาติไทย เนื่องจากสมาคมกีฬาวอลเล่ย์บอลแห่งประเทศไทย ได้คัดเลือกและเรียกตัวเพื่อคัดตัวร่วมทีมรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีอีกด้วย ซึ่งขอขอบคุณโค้ชสันทัด นิลรอด ที่ได้ฝึกซ้อมดูแลนักกีฬาวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนด้วยความทุ่มเท จนประสบความสำเร็จ เป็นที่น่าภาคภูมิใจ

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าประทับใจการนำของผู้อำนวยการโรงเรียน คือการสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของครู ที่จะทำให้โรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนแข่งขันสูงทั้งโรงเรียนหญิงและโรงเรียนชายประจำจังหวัด แต่สร้างแบรนด์ใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้เด็กที่เก่งจากช้างเผือกได้มีโอกาสเรียนห้องเรียนพิเศษ จนเป็นที่ยอมรับและที่นิยมของชุมชนและเป็นเรื่องที่โรงเรียนประถมศึกษาเมื่อเข้าห้องเพชรนนทรีได้แล้ว ขึ้นป้ายชื่นชมนักเรียนหน้าโรงเรียน ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มโอกาสในการเรียนที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของชุมชนได้ซึ่งแตกต่างจากภาพในอดีตในการไม่ค่อยได้รับความนิยม จนสามารถสร้างจุดเด่นลดการมุ่งแข่งขันเข้าศึกษาต่อโรงเรียนที่มีความเข้มแข็งทางวิชาการ จนแออัดเกินไป พร้อมทำความร่วมมือดึงวิทยากรดีระดับประเทศ เพื่อร่วมสร้างการรับรู้ใน Brand หรือจุดเด่นของโรงเรียน หรือการสร้างต้นแบบให้เกิดขึ้นในโรงเรียน และมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้าง contents จากผลงานของนักเรียน และโรงเรียน ให้น่าสนใจให้สาธารณชน ชุมชน รับรู้อย่างต่อเนื่อง และขอฝากเน้นการเรียนการสอนให้เป็นลักษณะบูรณาการ สร้างเด็กให้มีทักษะที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่น รองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน รวมถึงการนำชีวิตประจำวันของนักเรียนมาเชื่อมโยงกับความรู้ที่เป็นทฤษฎี เพื่อให้เด็กได้นำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดได้ และเพิ่มการนำผู้ที่มีชื่อเสียง หรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาช่วยเสริมเติมเต็มให้กับนักเรียน ซึ่งจะช่วยให้การจัดการเรียนการสอนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่จะเป็นดึงศักยภาพนักเรียนอย่างไม่มีขีดจำกัด ทำให้เชิงประจักษ์ในผลการพัฒนา

“การจัดการเรียนการสอน ไม่ควรมุ่งเน้นความเข้มแข็งทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ควรจัดให้มีความยืดหยุ่น ด้วยการเติมเต็มสิ่งอื่นๆ ให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการบ่มเพาะคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้ได้นักเรียนที่มีความสมบูรณ์ มีสมรรถนะพร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21 เป็นคนดี เก่ง มีจริยธรรม และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขในอนาคต” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว