น.ส.ชนิดา คล้ายพันธ์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำประเทศไทย ของ ติ๊กต็อก (TikTok) ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 มี.ค.นี้ ทางติ๊กต็อก ได้ร่วม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเทรนนิ่งเวิร์กช็อปการใช้งาน ติ๊กต็อก ให้กับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้รู้ถึงกฎเกณฑ์ที่สามารถทำได้ หรือทำไม่ได้ในช่วงการเลือกตั้ง หรือประเด็นทางการเมืองเพื่อไม่ถูกลบเนื้อหา หรือแอคเคานท์ และเป็นการป้องกันการบิดเบือนข้อมูลบนแพลตฟอร์ม และจะมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับเลือกตั้งขึ้น ก่อนช่วงเลือกตั้งประมาณ 1 เดือน หรือช่วงหลังสงกรานต์ด้วย
โดย ติ๊กต็อก เป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงที่ผู้คนหลายล้านรายทั่วโลกเข้ามาดู แชร์ และสร้างเนื้อหาที่มอบความบันเทิง และความสนุกสนานทุกวัน เนื้อหาบางส่วนยังรวมถึงเหตุการณ์ปัจจุบันในการเลือกตั้งและประเด็นทางการเมือง สิ่งที่ให้ความสำคัญสูงสุด คือ การตรวจสอบนำข้อมูลเท็จที่เป็นอันตรายออกจากแพลตฟอร์ม
สำหรับการเลือกตั้งการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค. ที่จะถึงนี้ ติ๊กต็อก มีนโยบายมาตรการและแนวทางเพื่อต่อต้านการบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มแบบเชิงรุก ดังนี้ 1.การใช้แพลตฟอร์มตามข้อกำหนด “หลักเกณฑ์สำหรับชุมชน” หรือ Community Guidelines 2.การร่วมมือ กับเหล่าผู้เชี่ยวชาญ หรือ Collaboration with Experts 3.การสร้างเครื่องมือเพื่อให้ข้อมูลสำคัญในช่วงการเลือกตั้ง หรือ Election Initiative Tools และ 4.การสื่อสารเกี่ยวกับข้อกำหนดสำหรับ บัญชีของรัฐบาล นักการเมือง และพรรคการเมือง หรือ GPPPA Policy
“จะไม่มีการอนุญาตให้มีการทำโฆษณาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองโดยเด็ดขาด ขณะที่บัญชีนักการเมืองยังสามารถลงรูปไปหาเสียง หรือคลิปวิดีโอ ดีเบตกับพรรคอื่นๆ ได้ปกติ แต่ต้องไม่ใช้คำที่ปลุกระดม สร้างความขัดแย้ง บูลลี่นักการเมิอง พรรคการเมือง สามารถเปิดบัญชีใช้งานได้ โดยต้องมีการยืนยันตัวตน หรือส่งข้อมูลเข้ามายังติ๊กต็อก ขณะที่การจ้างครีเอเตอร์ เพื่อช่วยทำคอนเทนต์ หรือหาเสียงไม่สามารถทำได้ โดยจะมีระบบตรวจสอบเข้มงวด นอกจากนี้ยังไม่อนุญาตให้บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทำการระดมทุน เพื่อสร้างรายได้ในทุกประเภทบนแพลตฟอร์ม”
น.ส.ชนิดา กล่าวว่า ติ๊กต็อก มีนโยบายทำให้แพลตฟอร์มเป็นพื้นที่ปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้มีข้อมูลที่บิดเบือนความจริงและเป็นอันตราย รวมถึงเนื้อหาที่ละเมิดกฎของชุมชนเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม อาทิ การแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น เนื้อหาที่เป็นสแปม เนื้อหาที่เป็นเท็จและหลอกลวง หรือเนื้อหาที่อาจก่อ ให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มในแง่มุมต่างๆ อย่างเช่น การสร้างความหวาดหลัว ความเกลียดชัง หรือสร้างอคติ เป็นต้น โดยได้มีการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ และ พนักงานทำการคัดกรอตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง การเปิดฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งานรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้.



