สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ว่า นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ย้ำถึงการที่ ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ผู้นำไต้หวัน มีกำหนดเดินทางเยือนกัวเตมาลา และเบลีซ ในสัปดาห์นี้ แล้วมีการ “แวะพัก” ที่นครนิวยอร์กและนครลอสแอนเจลิส เป็นแผนการที่เรียกว่า “การแวะเพื่อเปลี่ยนเครื่องบิน” เท่านั้น และ “เป็นการเดินทางตามปกติ” โดยเคอร์บีย์เคยกล่าวแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
Breaking: Taiwan President Tsai Ing-Wen arrives in New York City on a 2-day transit stop. pic.twitter.com/WLefP4KP6J
— TaiwanPlus (@taiwanplusnews) March 29, 2023
Over 200 protesters gather outside where @iingwen is expected to stay in New York City. They are supporters of peaceful unification between China and Taiwan. pic.twitter.com/qup4lumTug
— TaiwanPlus (@taiwanplusnews) March 29, 2023
ขณะเดียวกัน เคอร์บีย์ ยืนยันว่า ความเคลื่อนไหวของไช่ “สอดคล้องกับนโยบายความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ” ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลไทเป และเป็นไปตามนโยบายจีนเดียว ที่สหรัฐยึดมั่นอย่างเคร่งครัดมาตลอด เนื่องจากเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับจีน ด้วยเหตุนี้ “จึงไม่มีเหตุผล” ที่รัฐบาลปักกิ่งจะ “แสดงออกมากจนเกินจริง” กับการที่ผู้นำไต้หวันอยู่ในสหรัฐ “เพียงไม่นาน”

แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำไต้หวันทั้งในอดีตและปัจจุบันใช้วิธีเดินทางแบบนี้ ก่อนต่อไปยังอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ แต่การที่มีรายงานว่า ไช่ เตรียมพบหารือกับ นายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติ คือประเด็นที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับจีนมากที่สุด หากการพบปะเกิดขึ้นจริง
นางจู เฟิงเหลียน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของแผ่นดินใหญ่ กล่าวว่า การเดินทางผ่านสหรัฐของผู้นำไต้หวัน “ไม่ใช่การแวะพักเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินแบบทั่วไป” แต่เป็น “การเจตนาวางแผน” เพื่อพบหารือกับนักการเมืองของสหรัฐ และหากไช่พบกับ แมคคาร์ธี รัฐบาลปักกิ่งถือว่า “เป็นการยั่งยุอย่างร้ายแรง” และ “เป็นการละเมิดหลักการจีนเดียว” ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน และการทำลายสันติภาพระหว่างช่องแคบ
ทั้งนี้ สหรัฐเป็นเหมือนประเทศส่วนใหญ่บนโลก ซึ่งไม่รับรองสถานะของไต้หวัน “อย่างเป็นทางการ” เนื่องจากรับรองหลักการ “จีนเดียว” เพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งถือว่าไต้หวันคือ “มณฑลโพ้นทะเล”
ด้าน ไช่ กล่าวว่า “แรงกดดันจากภายนอกไม่สามารถหยุดยั้งไต้หวัน จากการมีปฏิสัมพันธ์กับชาวโลก” อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในเวลานั้น คือ นางแนนซี เปโลซี เยือนกรุงไทเป หลังจากนั้น จีนจัดการซ้อมรบล้มรอบเกาะไต้หวัน เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์.
เครดิตภาพ : REUTERS



