เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยบูรณาการแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นกับหลักสูตรสถานศึกษา ในสังกัด สพป.สมุทรปราการ เขต 2 ณ โรงเรียนวัดบางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมี ผอ. และ รอง ผอ.สพป.สมุทรปราการ เขต 2, คณะกรรมการ ก.ต.ป.น., ผอ. และ รอง ผอ.สถานศึกษาในสังกัด สพป.สมุทรปราการ เขต 2 จำนวน 71 โรงเรียน, ศึกษานิเทศก์, ผอ.กลุ่มฯ และครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและการศึกษาปฐมวัย กลุ่มโรงเรียนละ 100 คน จำนวน 5 กลุ่มโรงเรียน และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม
สำหรับการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมในโครงการพัฒนาเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาร่วมพัฒนาการนิเทศการศึกษา เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยกระบวนการการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษา และส่งเสริมการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยการนิเทศชั้นเรียน ซึ่งภายในงานมีการนำเสนอทั้งหมด 8 บูธ ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดหัวคู้ (ผอ.หนุนเสริม) : นำเสนอการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น: ประวัติวัดหัวคู้ ประวัติหลวงพ่อเขียว ประเพณีห่มผ้าหลวงพ่อเขียว พลับพลาพระเจ้าตาก อาหารประจำถิ่น เช่น ขนมสายบัว แกงส้มผักกระเฉด และการสานปลาตะเพียน 2.โรงเรียนพรหมพิกุลทอง (ผอ.หนุนเสริม) : นำเสนอการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญหาท้องถิ่น ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และบ้านชนาศิลป์ 3.โรงเรียนวัดศรีวารีน้อย : นำเสนอกระบวนการยกระดับโรงเรียนในฐานะโรงเรียนคุณภาพระดับประถมศึกษา โดยมุ่งเน้นพัฒนาด้านวิชาการ ทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ 4.กลุ่มโรงเรียนบางพลี 1 : นำเสนอการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ เช่น อาชีพ ประเพณีและวัฒนธรรมในท้องถิ่น 5.กลุ่มโรงเรียนบางพลี 2 : นำเสนอแหล่งเรียนรู้และประวัติศาสตร์วัดบางโฉลงใน ศาลเจ้าพ่อคงเพ็ชร ประวัติความเป็นมาวัดบางพลีใหญ่ใน (หลวงพ่อโต) ประเพณีรับบัว หนึ่งเดียวในโลก และอาชีพในชุมชน 6.กลุ่มโรงเรียนบางเสาธง : นำเสนออาชีพในชุมชน แหล่งเรียนรู้ การแสดงโขนโดยเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ของโรงเรียนวัดจรเข้ใหญ่ ประเพณีการแข่งเรือยาว ของโรงเรียนวัดมงคลนิมิตร และอาชีพในท้องถิ่น เช่น มะม่วงน้ำปลาหวาน 7.กลุ่มโรงเรียนบางบ่อ 1 : นำเสนอแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารของหลวงพ่อปาน และการเล่นผะหมีทายคำ 8.กลุ่มโรงเรียนบางบ่อ 2 : นำเสนอแหล่งเรียนรู้และประวัติศาสตร์วัดบางพลีน้อย และวิหารพญาวานร ซึ่งเป็นเครื่องรางที่มีคุณด้านการประสบความสำเร็จในเรื่องโชคลาภ การเสี่ยงโชค ป้องกันภัย และหน้าที่การงาน กิจการก้าวหน้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความศรัทธาของชุมชนที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่อดีต
.
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า จากการร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมนิทรรศการของโรงเรียนต่างๆ ในวันนี้ สิ่งที่ได้เห็นและรู้สึกชื่นชม คือ ทั้งเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน ต่างให้ความสำคัญกับการยกระดับการศึกษา ด้วยการร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยบูรณาการแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ปราชญ์ชุมชน และการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ซึ่งผู้เกี่ยวข้องด้านการจัดการศึกษาทุกฝ่ายในพื้นที่ ทั้งผู้บริหารการศึกษา ผอ.สพป. รอง ผอ.สพป. ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครู ล้วนมีความเข้มแข็ง ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนและร่วมกันดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีการนำกิจกรรมที่นำเสนอในวันนี้ลงสู่การจัดการเรียนการสอนในทุกโรงเรียน ผลพัฒนาคุณภาพของนักเรียนจึงออกมาให้เห็นเชิงประจักษ์
“ทั้งนี้ ทุกโรงเรียนควรวิเคราะห์แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่ใกล้โรงเรียน เพื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ รักและภาคภูมิใจในท้องถิ่น และยังเป็นการเพิ่มบุคลากรทางการศึกษาในชุมชนที่เป็นปราชญ์ท้องถิ่น ทำให้เราได้มีโอกาสสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ในชุมชน รวมทั้งยังเห็นความภาคภูมิใจ ความมีชีวิตชีวาของผู้อาวุโสที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดสิ่งดีดีให้กับนักเรียน ซึ่งล้วนแล้วแต่คุณค่าทางความรู้สึก แล้วยังทำให้เกิดคุณค่าและนำไปสู่มูลค่าได้ ด้วยการประยุกต์ (apply) และสร้างสรรค์ (create) ชิ้นงานหรือนวัตกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ของนักเรียน พร้อมทั้งนำหลักสูตรสถานศึกษาให้เป็นหลักสูตรที่นำไปสู่การเกิดสมรรถนะที่ผู้เรียน จากการต่อยอดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และหลักสูตรท้องถิ่น ลงสู่หน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการในหลายรายวิชาพื้นฐาน กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ห้องเรียนรวมซึ่งตัดตัวชี้วัดมาจากรายวิชาพื้นฐาน โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ทุกเรื่องที่อยู่ใกล้โรงเรียนเป็นพื้นฐานแล้วนำไปสู่การเพิ่มเติมหรือต่อยอดในรายวิชาเพิ่มเติมต่อไป โดยที่เด็กนักเรียนไม่จำเป็นต้องรู้เพียงเรื่องเดียว จึงควรจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะอย่างหลากหลายและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเรียนรู้เรื่องใกล้ตัวอย่างมีความหมาย พร้อมทั้งมีเวลาสร้างมูลค่าจากคุณค่าที่อยู่ใกล้ตัวผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเป็นทางเลือกต่อไปในอนาคตให้กับเด็กทุกคนได้” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว



